8 เครื่องอัดเสียง คุณภาพดี เสียงใส คมชัด

เครื่องบันทึกเสียงยี่ห้อไหนดี

“เครื่องบันทึกเสียงหรือเครื่องอัดเสียง เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญสำหรับการศึกษา และในการทำงานเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการบันทึกเสียงในการบรรยายจากอาจารย์ เพื่อนำกลับมาทบทวนซ้ำ บันทึกการประชุม บันทึกบทสัมภาษณ์ ในปัจจุบันเครื่องบันทึกเสียง มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมากมาย และมีราคาที่ต่ำลงมามาก พร้อมทั้งแต่ละรุ่นก็ยังมีฟังก์ชันเด็ดๆขนกันมาเพียบ สำหรับยี่ห้อที่ไว้ใจได้มากที่สุดที่คนนิยมใช้กัน ซึ่งมีราคาอยู่ในระดับปานกลางก็คือยี่ห้อ Sony  แต่สำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องบันทึกเสียงดีๆสักเครื่องหนึ่ง แต่อยากได้งบประมาณที่ต่ำลงมาหน่อย ก็จะมีให้เลือกมากมายอีกหลายยี่ห้อ ซึ่งจะมีเครื่องบันทึกเสียงยี่ห้อไหนตัวไหนน่าสนใจบ้างนั้น วันนี้ EnjoyRefinement ได้นำมานำเสนอให้แก่ท่านผู้อ่านอีกแล้วค่ะ”


วิธีการเลือกซื้อเครื่องบันทึกเสียง


1. คุณภาพของเสียง

อุตส่าห์เสียเงินซื้อเครื่องบันทึกเสียงมาแล้ว แต่ดั๊น อัดเสียงได้ไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่อง แบบนี้ก็น่าเสียดายเงินอยู่นะคะ ในการเลือกซื้อเครื่องอัดเสียงอย่างแรกที่ควรพิจารณาก็คือคุณภาพของเสียงที่ได้ การดูดเสียงทำได้ดีเพียงใด เครื่องบันทึกเสียงบางรุ่นก็อัดเสียงออกมาได้ไม่ต่างจากการใช้โทรศัพท์มือถือสักเท่าไหร่เลย โดยในปัจจุบัน เครื่องบันทึกเสียงในรุ่นใหม่ๆ จะทำออกมาเป็นเครื่องบันทึกเสียงระบบดิจิตอล ที่มีการดูดเสียงบันทึกเสียงได้ดีกว่าเดิม บางรุ่นก็จะมีการตัดเสียงรอบข้างออกไปด้วย ไฟล์ที่ได้ก็จะมีในระดับสูงสุดคือ LPCM รองลงมาก็จะเป็น Mp3 ซึ่งส่วนมากแล้วคุณภาพก็จะแปลผันตามราคาที่ซื้อนั่นเอง

2. โอนไฟล์ผ่าน USB

คงจะไม่ดีแน่ ถ้าบันทึกเสียงมาแล้ว สามารถฟังได้แค่จากเครื่องเท่านั้น ดังนั้นในการเลือกซื้อเครื่องบันทึกเสียงสัก 1 เครื่อง อย่างน้อยก็ควรที่จะสามารถโอนไฟล์เสียง เข้ามาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรือในโน๊ตบุ๊คได้ด้วย

3. ชาร์จผ่าน Power Bank

เครื่องบันทึกเสียงที่สามารถชาร์จผ่าน power bank  ได้ด้วย จะช่วยทำให้สะดวกเวลาใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องชาร์จแบตก่อนเข้าเรียนหรือก่อนเข้าประชุม และยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบตหมดกลางอากาศ เสียการเสียงานกันไปเลยทีเดียว

4. อายุการใช้งานต่อการชา์จ 1 ครั้ง

สำหรับระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในการชาร์จแบต 1 ครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อจะเลือกซื้อเครื่องบันทึกเสียง เพราะถ้าเป็นไปได้แล้ว เครื่องบันทึกเสียงที่บันทึกได้นานต่อเนื่องมากกว่า ก็ย่อมที่จะดีกว่า ยิ่งถ้าบอกว่าราคาใกล้เคียงกันแล้ว ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง ก็ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นำมาตัดสินใจได้เลย

5. บันทึกเสียงจากโทรศัพท์

ในส่วนของฟังก์ชั่นการบันทึกเสียงจากโทรศัพท์ บางท่านก็ไม่ได้จำเป็นสักเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่อยู่ในสายงานนี้ อาจจะต้องมีการอัดเสียงสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ หรือบางท่านก็อาจจะเห็นอนาคตว่า อาจจะมีโอกาสได้ใช้ฟังก์ชั่นนี้ ดังนั้นในการเลือกซื้อก็อาจจะเลือกซื้อเผื่อไว้ก่อนในตอนนี้เลยก็ได้ เพราะว่าเครื่องอัดเสียง เป็นอุปกรณ์ที่มีความคงทนสูงพอสมควร ถ้าไม่ตกหล่นเสียก่อนก็อาจจะอยู่ได้กันเป็น 10 ปีเลย

6. ใช้ฟัง mp3 ได้ไหม

เครื่องบันทึกเสียงบางรุ่น ก็มีฟังก์ชันในการฟังเพลง MP3 ที่ให้เสียงดีในระดับไม่แพ้เครื่องเล่น MP3 เลยก็มี ซึ่งสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงก็อาจจะเลือกรุ่นที่สามารถฟัง MP3 ได้เพราะๆ จะได้ไม่ต้องพกอุปกรณ์หลายเครื่องให้หนักกระเป๋าเสียเปล่า ๆ อีกด้วย


เครื่องบันทึกเสียง/เครื่องอัดเสียง ยี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง

หลังจากที่ดูวิธีการเลือกซื้อไปเรียบร้อยแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า ในปี 2018  ที่ยุค Digital รุ่งเรืองถึงขีดสุดแบบนี้ จะมีเครื่องบันทึกเสียงตัวไหนรุ่นไหน ที่น่าสนใจ เข้าตาจนเราอยากนำมาเสนอให้ท่านผู้อ่านได้นำไปตัดสินใจก่อนเลือกซื้อกันบ้าง


#1. Sony Digital Voice Recorder (4GB) รุ่น ICD-PX470

px470

สำหรับเครื่องบันทึกเสียงตัวแรกที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ ดูด้วยเรื่องของความคุ้มค่าและความคงทน คงต้องยกให้ Sony  ที่มีชื่อเสียงในด้านอุปกรณ์เครื่องเล่นเพลงและ MP3 มาอย่างยาวนาน โดยจุดเด่นของ Sony ICD-PX470  ก็คือความสามารถในเรื่องของการบันทึกเสียง ที่คุณภาพเสียงอยู่ในระดับที่ดี  มีการลดเสียงรบกวนขณะบันทึกให้โดยอัตโนมัติ เสียงที่อัดจากในห้องเรียน นำกลับมาฟังแล้วเหมือนกับได้กลับไปสู่ห้องเรียนอีกครั้งเลยทีเดียว โดย Sony ICD-PX470   ตัวนี้จะมีเมมโมรี่ในตัว  4 Gigabyte  (สามารถบันทึกเสียงได้สูงสุดถึง 150 ชั่วโมง ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ต้องย้ายไฟล์บ่อย ๆ) คุณภาพการบันทึกเสียงสามารถส่งข้อมูลได้ทั้ง lpcm  และ MP3 นอกจากนี้ยังสามารถต่อ USB เข้าคอมพิวเตอร์ได้เลย ทำให้สะดวกในการนำไฟล์เสียงไปใช้งานต่อไป

 

#2. Sony DIgital Voice Recorder 4 GB รุ่น ICD-UX560F

ux560

เครื่องบันทึกเสียงตัวที่ 2 นี้ ก็เป็นของ Sony เช่นเคย แต่เพียงว่าจะเป็นรุ่นราคาที่สูงขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัยมากขึ้นเช่นกัน  Sony รุ่น ICD-UX560F ตัวนี้จะมากับความจุในตัวถึง 4 กิกะไบต์ สามารถบันทึกเสียงได้ทั้งในระบบ MP3 และ LPCM  สามารถปรับโหมดไมโครโฟนให้เป็นแบบโฟกัสหรือเป็นแบบกว้าง เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นการเข้าฟังอาจารย์สอน หรือจะเป็นการบรรยายหรือการประชุมก็ใช้ได้ทุกสถานการณ์ รองรับ usb ในตัว สามารถเชื่อมต่อแล้วถ่ายโอนไฟล์เสียงเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้โดยง่าย

แบตเตอรี่เป็นแบบแบตเตอรี่ลิเธียมในตัว สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 27 ชั่วโมง ต่อการชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้ง และนอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยระบบชาร์จไว โดย Spec แจ้งไว้ว่า ชาร์จแค่ 3 นาที ก็สามารถบันทึกเสียงได้นานถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว  และสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงหรือฟัง FM เครื่องบันทึกเสียงตัวนี้ก็สามารถเล่น FM  และไฟล์ mp3  ผ่านทางหูฟังคู่โปรดของคุณได้ด้วย

 

#3. เครื่องบันทึกเสียง GH807 (8 GB)

gh807

จากที่ดูของแบรนด์เนมราคาสูงกันแล้ว มาต่อกันด้วยเครื่องบันทึกเสียง ราคาถูกกันบ้างนะคะ เครื่องบันทึกเสียง GH807 รุ่นนี้มาพร้อมกับเมมโมรี่ในตัวถึง 8 กิกะไบต์ พร้อมทั้งมีน้ำหนักที่เบาเพียง 54 กรัม จึงสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกมากๆ มี mode สำหรับฟังเสียงที่อัดไว้ผ่านทางลำโพง และตัวเครื่องก็ยังเป็นหัว usb ในตัว จึงสามารถใช้เสียบเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค ถ่ายโอนไฟล์เสียงได้โดยสะดวก

เครื่องบันทึกเสียง GH807 ใช้ระบบแบตเตอรี่แบบ Built in rechargeable โดยสามารถใช้พาวเวอร์แบงค์ชาร์จได้เลย สามารถเล่นไฟล์ mp3 ได้ ร้านด้วยความจุถึง 8 GB ทำให้สามารถเก็บไฟล์เสียงได้สูงสุดถึง 560 ชั่วโมง และนอกจากนี้เวลาจำเป็นก็ยังสามารถใช้เป็น Flash Drive ไว้เก็บไฟล์จากคอมไว้ที่เครื่องบันทึกเสียงตัวนี้ได้อีกด้วย

 

#4. Twilight เครื่องบันทึกเสียง อัดเสียง รุ่นSK999 (8 GB)

sk999

เครื่องอัดเสียง twilight รุ่นSK999 (8 GB) ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยราคาเพียงไม่ถึง 1,000 บาท แต่ขนเอา function การใช้งานมาอย่างเต็มอิ่ม ทั้งสามารถฟัง MP3  มีลำโพงในตัว รวมถึงสามารถอัดการสนทนาจากโทรศัพท์บ้านได้ด้วย

โดยการบันทึกเสียงสามารถเลือกได้ว่าจะบันทึกแบบ  LPCM หรือ mp3 โดยถ้าบันทึกแบบ pcm  จะสามารถบันทึกได้สูงสุด 22 ชั่วโมง มีฟังก์ชันการเชื่อมต่อข้อมูลด้วยสาย USB  สามารถถ่ายโอนไฟล์เสียงเข้าสู่คอมพิวเตอร์หรือ Notebook ได้โดยสะดวก คุณภาพเสียงที่อัดได้ถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางดี บันทึกเสียงได้ดังฟังชัด เสียงที่อัดมาไม่สะดุด  เมนูการใช้งานทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาพกพาได้สะดวก โดยรวมแล้วถือว่าเป็นเครื่องบันทึกเสียงอีก 1 ตัวในงบประมาณไม่เกิน 1,000 บาท ที่มีคุณภาพค่อนข้างดีสมราคาน่าใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

 

#5. Remax เครื่องบันทึกเสียง Voice Recorder 8GB RP1

rp1

Remax เป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าดิจิตอล ที่เน้นสินค้าราคาไม่แพง อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยเครื่องบันทึกเสียง Remax RP1 รุ่นนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีคนนิยมซื้อกันมาก เนื่องจากราคาที่ไม่แพง ตัวเครื่องใช้วัสดุโลหะ แข็งแรงและดูดี มีหน่วยความจำมาให้ถึง 8gb มีฟังก์ชันลดเสียงรบกวนที่จะทำให้การอัดเสียงในห้องประชุมชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถบันทึกเสียงได้แบบ MP3 และ.  wav  ซึ่งก็อาจจะด้อยกว่า 4 รุ่นด้านบนที่สามารถบันทึกในรูปแบบ lpcm  ซึ่งจะให้ความชัดเจนมากกว่า เสียงที่บันทึกออกมาอยู่ในระดับปานกลาง บางครั้งถ้าเสียงที่อัดมาเบาเกินไปอาจจะต้องใช้หูฟังเสียบเข้าไปฟังแทน ก็จะทำให้ได้ยินชัดเจนมากขึ้น

การใช้งานทำได้ค่อนข้างง่าย เมนูและฟังก์ชันต่างๆเรียกใช้ได้อย่างไม่ยุ่งยากซับซ้อน ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา สามารถบันทึกได้ประมาณ  32 ชั่วโมง และสามารถเล่นไฟล์ mp3 ได้ประมาณ 26 ชั่วโมง ความจุแบตเตอรี่ 260 mAh ระยะเวลาในการชาร์จเต็ม 1 ครั้งอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

 

#6. เครื่องอัดเสียง เครื่องบันทึกเสียง GH609 8GB

gh609

“เล็ก เบา ครบเครื่อง ราคาประหยัด”

เครื่องบันทึกเสียงอีกหนึ่งรุ่นที่ครองอันดับขายดีตลอดกาล GH609 ด้วยราคาที่ถูก ยังไม่ถึง 600 บาท แต่ได้เครื่องบันทึกเสียงความจุถึง 8 GB  คุณภาพเสียงดี แถมยังสามารถเล่นไฟล์ mp3 ได้ในตัว รวมถึงสามารถย้ายไฟล์ผ่าน USB โดยการต่อเข้าคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คได้อย่างง่ายดาย มีลำโพงและไมโครโฟนในตัว คุณภาพไฟล์ที่อาจได้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คืออัดได้เป็น MP3 ยังไม่ถึงระดับ LPCM แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร สำหรับเครื่องในราคาเท่านี้ นอกจากนี้ยังสามารถอัดการสนทนาจากโทรศัพท์บ้านได้อีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเครื่องบันทึกเสียงที่ครบเครื่อง ในราคาประหยัดอย่างแท้จริง

เครื่องบันทึกเสียงรุ่นนี้ ถ้าสำหรับคนที่งบไม่มาก โดยอาจจะเป็นนักศึกษาใช้อัดเสียงอาจารย์บรรยายในห้อง ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เพราะถึงแม้เสียงหรือความคมชัดจะไม่ได้เท่ารุ่นแพง แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันสักเท่าไรเลย แถมตัวเครื่องยังเล็ก พกพาได้สะดวกอีกด้วย

 

#7. Olympus Digital Voice Recorder VP-10

vp10-olympus

มาถึงแบรนด์เครื่องอัดเสียงคุณภาพดีอีกหนึ่งยี่ห้อ โดยเครื่องบันทึกเสียงตัวนี้จะเป็นของยี่ห้อ Olympus รุ่น VP-10 ถือว่าเป็นเครื่องอัดเสียงที่มีคุณภาพดีในระดับต้นๆ อีกตัวหนึ่ง ซึ่งระบบการทำงานของเครื่องบันทึกเสียงตัวนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาเลย มีฟังก์ชันระบบบันทึกแบบ  One Touch recording ตรวจจับเสียงและคำพูดได้แบบมีประสิทธิภาพ ไมโครโฟนรอบทิศทาง ทำให้สามารถตรวจจับเสียงที่มาจากรอบทิศทาง สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างออก ทำให้เสียงที่อัดมาได้นั้นมีความคมชัด เก็บใจความได้ทั้งหมด แม้เปิดเครื่องบันทึกอยู่ในกระเป๋าก็ยังสามารถรับเสียงได้เป็นอย่างดี

ถ้าจะให้บอกถึงข้อเสียของเครื่องบันทึกเสียง Olympus ตัวนี้คงมีอยู่แค่อย่างเดียวก็คือ มันหาคู่มือภาษาไทยยากมาก สำหรับคนที่เคยใช้เครื่องบันทึกเสียงมาก่อนหรือว่าคนที่เรียนรู้ในด้านเทคโนโลยีได้รวดเร็วก็อาจจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าสำหรับคนโลว์เทคโนโลยี ก็อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ฟังก์ชันต่างๆสักพักหนึ่ง แต่ก็เชื่อว่าไม่ได้ยากจนเกินไปอย่างแน่นอนค่ะ

โดยรวมแล้ว เครื่องอัดเสียง Olympus  ตัวนี้ถือว่าเป็นเครื่องอัดเสียงที่มีคุณภาพดี ไฟล์เสียงที่ได้อยู่ในระดับ LPCM มีฟังก์ชันช่วยให้อัดเสียงได้อย่างชัดเจน ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่า คุ้มราคาค่าตัว

 

#8. Twilight เครื่องบันทึกเสียง ทรงปากกา one-click 8GB

one-click

สำหรับเครื่องบันทึกเสียงตัวสุดท้ายนี้อาจจะเหมือนสายลับไปสักนิดนึงนะคะ เป็นเครื่องบันทึกเสียงทรงปากกา โดยมาพร้อมกับแบตเตอรี่ Built in rechargeable ที่ประหยัดถ่านและสามารถอัดเสียงต่อเนื่องได้อย่าง สามารถเสียบชาร์จด้วยสาย USB ได้เลย จุดเด่นคงอยู่ที่ความเนียนตาของตัวเครื่องอัดเสียง ที่ออกแบบมาให้เป็นรูปปากกา การใช้งานก็ง่ายแสนง่าย เพียงกดปุ่มแค่ครั้งเดียวตัวเครื่องก็จะเริ่มบันทึกเสียง และไม่ใช่เพียงแค่สามารถบันทึกเสียงได้อย่างเดียว เจ้าเครื่องอัดเสียงส่งปากการุ่นนี้ ก็ยังสามารถใช้ฟังเพลง MP3  ได้อีกด้วย

เหมาะกับใคร: เครื่องบันทึกเสียงส่งปากการุ่นนี้ สามารถบันทึกเสียงสูงสุดได้แค่เพียง 199 บาท ซึ่งก็ถือว่าน้อย แต่ถ้าสำหรับคนที่ใช้งานไม่มากแต่อยากได้เครื่องบันทึกเสียงที่มีรูปทรงแปลก รวมถึงอาจจะมีอาชีพเสริมเป็นนักสืบนอกเวลาด้วยแล้วก็ หรือว่าเจ้าตัวนี้เหมาะกับคุณเป็นอย่างมาก แต่ถ้าจุดประสงค์ของการซื้อเครื่องบันทึกเสียงของคุณคือต้องการบันทึกเลคเชอร์ที่อาจารย์สอน บันทึกรายงานการประชุม และต้องการใช้พื้นที่เก็บไฟล์เสียงที่เยอะ เครื่องบันทึกเสียงรุ่นนี้ไม่เหมาะกับคุณอย่างแน่นอน


บทส่งท้าย

เชื่อว่าคุณผู้อ่านที่เข้ามาดูกันอยู่นี้ อย่างน้อยก็กำลังอยากได้เครื่องบันทึกเสียง เพื่อที่จะนำไปใช้งานอยู่ แต่ก็ยังลังเลอยู่ว่า “จะใช้มือถือโดยสมาร์ทโฟนบันทึกแทน ไปก่อนดีไหม” จากประสบการณ์ส่วนตัว ถ้าพอมีงบประมาณอยู่สักหน่อยล่ะก็ อยากจะบอกว่า ซื้อเถอะ มันคุ้มค่าจริง ๆ

เพราะว่าถ้าสมมุติว่าจะเอามือถือมาบันทึกเสียง นอกจากเสียงที่ได้ยินจะไม่ค่อยชัด ต้องมานั่งแกะคําที่อาจารย์พูดแล้ว เวลาโทรศัพท์เข้า ก็จะทำให้เสียงในช่วงนั้นสะดุดหายไปเลยอีกด้วย และนอกจากนี้การอัดเสียงชั่วโมงสองชั่วโมง มันกินแบตเอาเรื่องอยู่นะ จริงๆแล้ว ต้องบอกว่า ทุกวันนี้เครื่องอัดเสียงดีๆ ก็มีราคาถูกลงมามาก แถมยังมีพื้นที่เก็บไฟล์เสียงเยอะ สามารถโอนไฟล์เสียงเข้าคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ยิ่งพวกที่อัดไฟล์เสียงแบบ LPCM นี่บอกได้เลยว่าชัดมากจนเหมือนกับไปนั่งอยู่หน้าอาจารย์กันเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ก็หวังว่า คุณผู้อ่านจะได้เครื่องบันทึกเสียงรุ่นที่ถูกใจ ใช้งานได้ดี ตรงตามวัตถุประสงค์ที่อยากได้ จากที่เราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ

error: Content is protected !!