เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี ในปี 2019

เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี

“คัดมาให้แล้วกับ 7 เครื่องฟอกอากาศ ที่น่าใช้ในปี 2019-ที่จะช่วยลดฝุ่นละออง ไวรัส เชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรียต่างๆในห้องคุณ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดและปลอดภัยกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว สำหรับคนที่กำลังจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดี ถึงจะเหมาะกับคุณ วันนี้ได้คัดเลือก  7 ยี่ห้อ/รุ่นเครื่องฟอกอากาศ ทั้งรุ่นที่ออกใหม่ในปี 2019 และรุ่นเก่าที่ยังมีประสิทธิภาพดีอยู่ นำมาฝากให้ท่านผู้อ่านทุกคนแล้ว”

เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) เป็นเครื่องที่จะช่วยกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย ฝุ่น และช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งควันบุหรี่ กลิ่นอับ ให้หายไป โดยหลักการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ คือการดูดอากาศเข้าไปในตัวเครื่อง แล้วกรองอากาศที่ผ่านเข้ามา ดักจับเชื้อโรคด้วยแผ่นกรองอากาศ แล้วจึงปล่อยอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในห้องแทน


วิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ


1. Air Flow แอร์โฟร์ก็คือตัววัดความเร็วลม เป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณอากาศที่ถูกกรอง ยิ่งมีค่าแอร์โฟร์มาก ก็หมายความว่า จะสามารถกรองอากาศและปล่อยอากาศบริสุทธิ์กลับเข้าสู่ห้องได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ มาใช้งานที่บ้านสัก 1 เครื่อง สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ  Air Flow ยิ่งแอร์โฟลว์สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งฟอกอากาศได้ไวกว่าตามไปด้วย

2. ขนาดของห้อง เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา ในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ถ้าเราซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก แต่นำไปใช้ในห้องขนาด 40 ถึง 50 ตารางเมตร ก็จะทำให้ อากาศสะอาดไม่ทั่วถึง เหมือนกับใช้ประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศได้ไม่เต็มที่ แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นห้องนอนขนาดเล็ก ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหญ่มาใช้ให้กินไฟโดยเปล่าประโยชน์

3 ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) เป็นค่าที่แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศตัวนั้นๆ สามารถฟอกสิ่งสกปรกออกจากอากาศ  ได้มากน้อยแค่ไหนในเวลา 1 นาที ถ้าค่า cadr ยิ่งมาก ก็แสดงว่ามีความสามารถในการกรองสิ่งสกปรกได้สูงนั่นเอง

4 ระดับเสียง เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหญ่หลายๆยี่ห้อ มักจะมีเสียงดังหื่ม ๆ ในขณะที่เปิดใช้งาน สำหรับคนที่ไม่ค่อยสนใจในเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าสำหรับคนหูดีแล้ว บางคนก็ถึงขั้นนอนไม่หลับกันเลยก็มี ดังนั้นก็คนเลือกเครื่องที่ไม่รบกวนการนอนหลับของเราเป็นหลัก ระดับเสียงที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณไม่เกิน 30 เดซิเบล

5 การประหยัดไฟ เครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องไฟฟ้าที่จะต้องเปิดใช้งานตลอดทั้งคืน ทุกวัน ตลอดปี ดังนั้นอาจจะต้อง พิจารณาในเรื่องของการประหยัดไฟร่วมด้วย และที่สำคัญก็คือ เมื่อซื้อเครื่องกรองอากาศมาใช้งานแล้ว ก็ควรตรวจสอบในเรื่องของแผ่นกรองอากาศ ทำความสะอาดหรือเปลี่ยน ตามกำหนดที่ทางผู้ผลิตแจ้งไว้ เพราะยิ่งแผ่นกรองอากาศตันมากเท่าไร ว่าจะทำให้เครื่องยิ่งต้องออกแรงในการนำอากาศเข้าสู่ตัวเครื่องมากขึ้น ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้กินไฟมากขึ้นด้วย


เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี ที่ซื้อมาใช้แล้วไม่ผิดหวัง

เครื่องฟอกอากาศหลายยี่ห้อที่ขายกันในตอนนี้ มีทั้งที่ราคาถูกและราคาแพง สำหรับเครื่องฟอกอากาศที่ EnjoyRefinement ได้นำมาแนะนำให้แก่ท่านผู้อ่านในวันนี้ จะเน้นเฉพาะของที่มีคุณภาพดี มากกว่าที่จะมีราคาถูก เนื่องจากว่าเป็นการลดความเสี่ยงในการซื้อเครื่องฟอกอากาศมาแล้วเอาไปใช้งานไม่ได้ ในปี 2019 นี้ จะมีเครื่องฟอกอากาศออกใหม่และมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันดีกว่า


#1. Sharp รุ่น FP-F30TA-A (ขนาด 21 ตรม)

sharp-fp-301a

 

เจ้าตลาดสำหรับเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทยคงหนีไม่พ้นยี่ห้อ Sharp  ด้วยมาตรฐานการผลิตที่ได้คุณภาพ และประสิทธิภาพของแผ่นกรองอากาศที่เป็นลิขสิทธิ์ของ  Sharp ทำให้เวลาจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่อง ถ้าจะ play safe ที่สุด ขอแล้วยี่ห้อ Sharp เป็นอันดับแรกเลย

เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-F30TA-A   เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ใช้กับห้องขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 21 ตารางเมตร ฟอกอากาศด้วยระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ มีแผ่นกรองฝุ่น hepa ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยดักจับฝุ่นละอองได้ถึง 0.3 ไมครอน สามารถช่วยฆ่าเชื้อราเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรีย สามารถปรับความแรงได้ถึง 3 ระดับ และยังมีระบบ Auto Restart  ใน ในกรณีที่ไฟดับเครื่อง ในกรณีที่ไฟดับเครื่องจะทำงานต่อเนื่องโดยอัตโนมัติทันทีหลังจากที่กระแสไฟกลับมา

ข้อมูลจำเพาะ

  • ขนาดห้องที่แนะนำ: 21 ตรม.
  • แรงดันไฟฟ้า: 220/50 (โวล์ต/เฮิร์ตซ์)
  • ความยาวสายไฟ: 2 เมตร
  • ขนาดตัวเครื่อง 400 x 463 x 182 มม.
  • น้ำหนักเครื่อง 4 กก

ข้อดี

  • แบรนด์มีชื่อเสียง ประสิทธิภาพในการกรองอากาศทำได้ดี
  • ราคาถูก เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก
  • ช่วยลดกลิ่นอับในห้อง
  • หาที่วางสะดวก เครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป

 

#2. Sharp รุ่น FP-J30TA ขนาด 23 ตรม. (ออกใหม่ปี 2018)

sharp-j30ta

 

เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่นปี 2018  ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน Sharp รุ่น FP-J30TA มีระบบการฟอกอากาศ  3 ขั้นตอน ที่ช่วยลบล้างเชื้อโรค แรงดูลมที่แรง และกำลังเชื้อโรค ไรฝุ่น ด้วยแผ่นกรองความละเอียด 0.3 ไมครอน

ใช้เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ช่วยพ่นอนุภาคบวกและลบ ทำให้สามารถฆ่าเชื้อรา เชื้อโรคที่ก่อภูมิแพ้ เชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเจ้าตัวนี้ผู้ผลิตยังเคลมว่า ช่วยฆ่าเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในอากาศได้อีกด้วย มีฟังก์ชั่นตั้งเวลาเปิดปิด เมื่อแผ่นกรองเสื่อม ก็จะมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง การดีไซน์ออกแบบมาให้มีความโค้งมน ลดเหลี่ยมคม เพื่อให้สามารถใช้ในบ้านที่มีเด็กเล็กได้ มีความปลอดภัยต่อเด็กสูง แผ่นกรองฝุ่นมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปีขึ้นไป

ข้อดี

“จากการที่ได้ลองใช้ Sharp รุ่น FP-J30TA มา 2 อาทิตย์ รู้สึกได้ว่าการนอนหลับดีขึ้น ฝุ่นในห้องน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อากาศในห้องรู้สึกได้ว่าดีขึ้นมาหน่อยนึง มีโหมดนอนหลับที่ทำให้เสียงเงียบ ไม่มีแสงไฟเข้ามายังตาเวลานอน ดีไซน์ดูดี ขนาดกำลังพอดีไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป”

ส่วนที่ยังขาดไป

ด้วยความที่เป็นรุ่นเล็กราคาถูก จึงยังขาดฟังก์ชันในการตรวจจับฝุ่นแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะพบในรุ่นที่สูงกว่านี้

 

#3.  Xiaomi Air Purifier 2s (ขนาดห้อง 37 ตรม.)

mi-air-puri-2s

 

ยุคนี้ต้องบอกว่าเดินไปไหนก็เห็นผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi ไม่เว้นแม้กระทั่งเครื่องฟอกอากาศ โดย Xiaomi Air Purifier 2s เป็นตัวอัพเดทล่าสุดในปี 2018  มาพร้อมกับฟังก์ชันและเทคโนโลยีแบบครบครัน มีจอแสดงผลพร้อมเซ็นเซอร์เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ OLED ให้อัตโนมัติ ตามสภาพแวดล้อมในห้อง ทำให้การนอนหลับของคุณจะไม่มีแสงจากหน้าจอมารบกวน ตัวเซ็นเซอร์จับฝุ่นเป็นแบบเลเซอร์ สามารถตรวจจับอากาศอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน มีความแม่นยำสูง

นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นและอุณหภูมิของอากาศในห้อง พร้อมใช้งานโหมด Auto  โดยเครื่องจะตรวจสอบคุณภาพของอากาศ และแสดงค่าฝุ่นออกมาทางหน้าจอ รวมถึงทำงานปรับสภาพอากาศโดยอัตโนมัติ ในการควบคุมยังสามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ตั้งเวลาเปิดปิด Air Flow  สามารถผลิตอากาศได้ถึง 310 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น สำหรับห้องขนาด 21 ตารางเมตร ที่สำคัญคือตัวมอเตอร์เดี่ยว เป็นมอเตอร์ของ Nidec จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีคุณภาพดี ถือได้ว่า Xiaomi Air Purifier 2s เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่งในท้องตลาดตอนนี้เป็นอย่างมาก

ในส่วนของแผ่นกรอง Xiaomi Air Purifier 2s ก็ถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากว่ามีอายุการใช้งาน มากกว่า 4000 ชั่วโมง หรือถ้าเปิดนอนวันละ 8 ชั่วโมงก็จะอยู่ได้ประมาณเกือบ 2 ปีเลยทีเดียว

การทำงานของเครื่องถือว่าเงียบ มี Sleep Mode สำหรับเวลาจะนอน เครื่องจะทำงานเบาลง และเสียงเงียบค่อนข้างสนิท

ข้อดี

  • การฟอกอากาศทำงานได้เงียบ มีประสิทธิภาพดี อาการภูมิแพ้ดีขึ้น
  • บอกปริมาณฝุ่นในห้อง พร้อมกับปรับสภาพอากาศโดยอัตโนมัติ
  • ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเครื่องฟอกอากาศในตลาดที่ความสามารถใกล้เคียงกัน

ข้อเสีย

  • ไม่สามารถปล่อยประจุไฟฟ้า เพื่อดักจับเชื้อราในอากาศได้ เหมือนกับทางฝั่งของ Sharp ที่อยู่ในตลาดเครื่องฟอกอากาศมานานแล้ว

 

#4. MITSUTA รุ่น MAP300 (20-30 ตรม.)

mitsuta-map300

 

เครื่องฟอกอากาศ 5 ขั้นตอน  MITSUTA รุ่น MAP300 ก็เป็นเครื่องฟอกอากาศอีกตัวที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก มีความสามารถในการกำจัดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียในอากาศ มาพร้อมกับรีโมทคอนโทรลไร้สาย สามารถตั้งเวลาเปิดปิดอัตโนมัติได้

MITSUTA รุ่น MAP300 ออกแบบมาโดยคำนึงถึงการทำให้อากาศในห้องมีความบริสุทธิ์ ช่วยลดมลภาวะในห้อง ช่วยกำจัดเชื้อโรค  ที่แฝงตัวมาในอากาศ การทำงานสามารถตั้งเวลาเปิดปิด ได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง การกรองอากาศ มีถึง 5 ขั้นตอน ตั้งแต่อนุภาคขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก สามารถกรองกลิ่นก๊าซ กลิ่นอับ และช่วยฆ่าเชื้อโรคในห้อง ซึ่งได้แก่ PP Filter แผ่นกรองหยาบ Hepa Filter แผ่นกรองฝุ่นขนาดเล็กไม่เกิน 0.3 ไมครอน Cold Catalyst Filter ช่วยดูดสาร VOCS ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย Activated Carbon Filter ช่วยดูดกลิ่น ทั้งกลิ่นอาหาร กลิ่นบุหรี่ และ Ionizer ปล่อยประจุลบ ช่วยจับเชื้อโรคในอากาศ และดักจับพวกฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน ที่เครื่องไม่สามารถกรองได้

ข้อดี

  • ราคาไม่แพง ได้เครื่องที่มีกำลังสูง ขนาดห้อง 20 ถึง 30 ตารางเมตร
  • แผ่นกรองราคาถูก
  • มีตัวปล่อยประจุลบ ช่วยดักจับเชื้อโรคในอากาศได้ดี
  • ประสิทธิภาพการทำงานดี ช่วยให้อาการภูมิแพ้อาการคัดจมูก บรรเทาลง

 

#5. Hatari รุ่น HT-AP12 (ขนาดห้อง 30-32 ตรม.)

hatari-ap12

 

มาถึงเครื่องฟอกอากาศแนะนำลำดับที่ 5  เป็นของยี่ห้อฮาตาริ รุ่น HT-AP12 ซึ่งขนาดห้องที่แนะนำจะประมาณไม่เกิน 32 ตารางเมตร มีระบบการกรองอากาศ 4 ขั้นตอน เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ที่สุด ได้แก่  แผ่นกรอง PRE FILTER แผ่นกรองละอองฝุ่นขนาดใหญ่ แผ่นกรอง Bio filter ที่เคลือบสารสกัดจากเปลือกมังคุด ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในห้อง แผ่นกรอง hepa  มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่นขนาดเล็ก ความละเอียด 0.3 ไมครอน และสุดท้ายเป็นแผ่นกรองกลิ่น Carbon filter ที่ช่วยในการกรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่นกลิ่นบุหรี่ กลิ่นควันไฟ

อีกทั้งยังมีระบบ ionizer  ปล่อยประจุไอออนลบ เพื่อดักจับฝุ่นขนาดเล็กที่อยู่ในอากาศ ช่วยทำให้อากาศในห้องสดชื่นขึ้น ระบบพลาสมา ที่ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของพวกเชื้อโรค ที่อยู่ในห้อง ช่วยให้อากาศในห้องสะอาดมากยิ่งขึ้น สามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง มี Sleep mode  ช่วยในการประหยัดพลังงาน ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส หรือใช้รีโมทคอนโทรลก็ได้เช่นกัน

ข้อดี

  • ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทั้งกลิ่นบุหรี่และกลิ่นควันได้ดี
  • ตัวเครื่องเสียงไม่ดัง ไม่รบกวนเวลานอน
  • มีระบบ ionizer  และพลาสมา ที่ช่วยปล่อยประจุลบ ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่ตัวเครื่องไม่สามารถกรองได้ ทำให้อากาศสดชื่นมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยลดอาการภูมิแพ้ นอนตื่นขึ้นมาสดชื่นมากขึ้น
  • มีการรับประกัน 1 ปีจากทางฮาตาริประเทศไทย
  • มีแผ่นกรองอากาศแถมให้ฟรีอีก 1 แผ่น

 

#6. SHARP KC-G40TA-W ขนาดห้อง 28 ตร.ม. (รุ่นปี 2018)

sharp-g40

 

SHARP KC-G40TA-W เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น  d40TA ที่ออกใหม่ในปี 2018 มีหน้าจอแสดงผลแบบ Smart Display  มีเซนเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อมที่ต่างกันถึง 6 ประเภท ควบคุมการทำงานโดยอัตโนมัติ  PM 2.5 เทคโนโลยีที่ช่วยตรวจวัดปริมาณฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กมากๆ ตั้งแต่ 2.5 ไมครอนลงไป มีฟังก์ชันการตรวจวัดความชื้น ตรวจวัดอุณหภูมิภายในห้อง ตรวจวัดแสง เพื่อปรับแสงไฟของหน้าจอให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ

SHARP KC-G40TA-W เหมาะสำหรับห้องขนาดประมาณ 28 ตารางเมตร มีจุดเด่นเพิ่มเติมตรงที่ระบบไอน้ำอัตโนมัติ ที่ช่วยปรับความชื้นให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยสำหรับคนที่นอนแอร์ แล้วตื่นมารู้สึกเจ็บคอ คอแห้ง ตาแห้ง  ซึ่งหมายความว่าความชื้นในอากาศน้อยเกินไป SHARP KC-G40TA-W ก็จะช่วยปรับความชื้นในห้อง ให้อยู่ในระดับที่พอดี ทำให้การนอนของคุณหลับสนิทดีขึ้น ตื่นเช้ามาสดชื่นขึ้น และยังช่วยดูดซับสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ แบคทีเรียในอากาศ ไวรัส และกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในห้องได้เป็นอย่างดี

จุดเด่น

  • เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีเสียงเบาเงียบ ไม่รบกวนการนอนหลับ
  • ฟังก์ชันที่เพิ่มมาในปี 2018  ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับอัตโนมัติ
  • ปรับความชื้นในอากาศ ช่วยคนที่นอนแล้วคอแห้ง หรือนั่งทำงานในแอร์นานๆ แล้วตาแห้งมาก
  • ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศทําได้ดี ช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้จริง นอนหลับสนิทมากยิ่งขึ้น

 

#7. Sharp รุ่น FP-FM40B ขนาด 30 ตรม. (ดักยุงได้)

sharp-fm40b

 

Sharp รุ่น FP-FM40B เป็นเครื่องฟอกอากาศที่สามารถดักจับยุงได้ พื้นที่ใช้งานประมาณ 30 ตารางเมตร มาพร้อมกับระบบพลาสม่าคลัสเตอร์เข้มข้น ที่จะทำให้อากาศในห้องของคุณบริสุทธิ์ขึ้นยิ่งกว่าเดิม ช่วยสลายกลิ่นอับชื้น และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคในห้อง การมาด้วยฟังก์ชันการดักจับยุง ที่จะช่วยให้การนอนของคุณหลับสนิทมากยิ่งขึ้น

Sharp รุ่น FP-FM40B มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องประสิทธิภาพของการฟอกอากาศ พร้อมทั้งการจับยุงไปในตัว โดยในการฟอกอากาศ ก็สามารถฟอกอากาศได้ความละเอียดสูงสุดถึง 0.3 ไมครอน พร้อมทั้งยังสามารถกำจัดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อไข้หวัดนก รวมถึงช่วยสลายฤทธิ์สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้และโรคไซนัสโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆได้อีกด้วย ระบบการทำงานแบบ Ion Shower ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ โดยการพ่นอนุภาคประจุไฟฟ้าทั้งบวกและลบในปริมาณที่สูง  เป็นเวลาต่อเนื่องถึง 60 นาที ช่วยทำให้ห้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรคที่อยู่ในห้องได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ความสามารถในการกรองฝุ่นด้วยแผ่นกรองฝุ่น hepa ก็สามารถดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กได้สูงสุดถึง 0.3 ไมครอน  99.97 เปอร์เซ็นต์

ในส่วนของเครื่องดักยุง Sharp รุ่น FP-FM40B มีฟังก์ชันพิเศษในการดักจับยุง  ด้วยการใช้ลำแสง UV  ตัวเครื่องสีดำ เป็นตัวที่จะล่อยุงให้บินเข้ามา และเมื่อยุงเข้ามาใกล้กับช่องดักยุงของตัวเครื่องแล้ว กระแสลมก็จะเป็นตัวดูดและดักจับยุงเอาไว้ ซึ่งฟังก์ชันนี้มีผู้ที่ซื้อไปแล้วทดลองใช้งาน รีวิวว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

สำหรับ Sleep mode  ตัวเครื่องจะทำงานเบาลง ความเร็วของพัดลมจะถูกปรับอัตโนมัติ ตามความบริสุทธิ์ของอากาศในขณะนั้น หากเซ็นเซอร์ของเครื่องฟอกอากาศตรวจจับพบว่ามีปริมาณฝนที่มากขึ้น ตัวเครื่องก็จะปรับระดับการฟอกอากาศเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ มีเวลานอนก็ตาม

ข้อดี

  • ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศดี ใช้แล้วภูมิแพ้ ไซนัสบรรเทาลง
  • มีตัวดักจับยุง ทำให้สะดวก และไม่ต้องไปซื้อเครื่องดักยุงเพิ่ม
  • ปล่อยประจุบวกและลบฆ่าเชื้อโรค
  • มีการรับประกัน 1 ปี จาก sharp ประเทศไทย

 


เครื่องฟอกอากาศ-002

เครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์จริงไหม และคุ้มค่าที่จะซื้อจริงหรือเปล่า

ทุกวันนี้เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า มลภาวะทางอากาศมันช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน จะหันไปทางไหนก็เจอแต่ฝุ่น โดยเฉพาะคนที่บ้านอยู่ติดกับถนน ที่มีการสัญจรไปมาทุกวัน รวมถึงคนที่ข้างบ้านกำลังก่อสร้างคอนโด หรือโครงการหมู่บ้านจัดสรร ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ขนาดปิดหน้าต่างทุกบานแล้ว ก็ยังแทบนอนไม่ได้ เราก็เลยต้องลองหาตัวช่วยดีๆ ที่จะมาช่วยลดฝุ่นละอองอย่าง เครื่องฟอกอากาศ นั่นเอง

หลายๆคนอาจจะมีอคติไม่ดี กับเครื่องฟอกอากาศมาก่อน เพราะคิดว่าไม่สามารถช่วยอะไรได้ ซึ่งก็ไม่ผิดที่คนส่วนใหญ่จะคิดแบบนี้ เพราะว่าสมัยก่อนคนไม่ได้เป็นภูมิแพ้กันมากเหมือนทุกวันนี้ บางบ้านก็ไม่ได้เป็นภูมิแพ้กันเลย ดังนั้นพอซื้อเครื่องฟอกอากาศไปไว้ในห้อง ก็เลยไม่เคยเห็นผลอะไรอย่างแน่ชัด

แต่ในปัจจุบัน ที่มีคนเป็นภูมิแพ้กันเยอะมาก ดังนั้นจึงมีการมองหาตัวช่วย เพื่อลดอาการภูมิแพ้ลง และก็เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า เครื่องฟอกอากาศดีๆสัก 1 เครื่อง จะช่วยลดอาการภูมิแพ้ ไซนัส จะช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้นได้จริงๆ คนที่เป็นภูมิแพ้ส่วนใหญ่ เมื่อใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน ก็พบว่าช่วยให้อาการจาม น้ำมูกไหลในตอนเช้า ดีขึ้นในระดับหนึ่งเลย

 


บทส่งท้าย

เครื่องฟอกอากาศ กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างหนึ่งที่มีความจำเป็นกับชีวิตประจำวันของผู้คนในสมัยนี้ไปแล้ว เพราะด้วยควันฝุ่นจากรถยนต์ ฝุ่นจากการก่อสร้าง ควันไฟจากการเผาต้นไม้ใบไม้ จึงทำให้คนทุกวันนี้เป็นภูมิแพ้กันเป็นจำนวนมาก ในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะแนะนำว่า ให้ยอมลงทุนซื้อเครื่องดีๆหน่อย เลือกซื้อที่ยี่ห้อน่าเชื่อถือ ความสามารถในการฟอกอากาศเหมาะสมกับขนาดของห้องนอน เพราะว่าเครื่องฟอกอากาศเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้กันไปอย่างยาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้แล้ว แทบจะขาดเครื่องฟอกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจึงไม่ควรเสี่ยงกับของที่มีราคาถูกแต่เอาแน่เอานอนไม่ได้ 

 สุดท้ายนี้ก็หวังว่าท่านผู้อ่านทุกคน จะได้ไอเดียในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศประจำบ้าน เพื่อให้อากาศในบ้านสดชื่น และพักผ่อนได้อย่างมีความสุขกันทุกท่านนะคะ


 

 

error: Content is protected !!