ปริ้นเตอร์ติดแทงค์ 8 รุ่น ต่อ WiFi สั่งพิมพ์ทางมือถือกันไปเลย

เครื่องปริ้นติด Tank จากโรงงาน นับได้ว่าเป็นเครื่องปริ้นที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ ในปี 2019 ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ข้อมูลต่าง ๆ มักจะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรือ google drive ซะส่วนใหญ่ก็ตาม แต่การปริ้นข้อมูลเอกสารต่าง ๆ เพื่อมาประกอบเอกสารการเรียน หรือเพื่อนำมาอ่าน ก็ยังเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอยู่ไม่น้อยลงเลย ซึ่ง เครื่องปริ้นติด Tank ก็ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ของการใช้งานนี้ได้เป็นอย่างดี เราลองมาดูข้อดีข้อเสีย รวมทั้งปริ้นเตอร์ติด Tank ราคาถูก ในงบประมาณไม่เกิน 3,000-5,000 บาทกันดีกว่า ว่าจะมีตัวเลือกไหนที่เหมาะกับการใช้งานบ้าง

Printer ติด Tank ดีไหม?

ปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท หรือปริ้นเตอร์ที่ใช้หมึกน้ำเป็นตัวพิมพ์ภาพนั้น ในปัจจุบันจะมีอยู่ 2 รูปแบบ ก็คือแบบตลับหมึก และแบบติดแทงค์หมึกมาจากโรงงาน ซึ่งถ้าใครอายุมากหน่อย คงจะเคยคุ้น ๆ อยู่ว่า ในสมัยก่อนบรรดาเครื่องปริ้นทุกยี่ห้อ จะไม่มีแบบติดแทงค์เลยแม้แต่ยี่ห้อเดียว และราคาตลับหมึกก็แพงโหดมาก และก็มีคนที่คิดค้นแทงค์พร้อมหมึกพิมพ์เทียบ เอามาติดเครื่องปริ้นเพื่อสำหรับคนที่ปริ้นเยอะ ปริ้นหนัก ซึ่งช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์งานไปได้มาก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เนื่องจากหมึกเทียบและตัวแทงค์ บางร้านก็ไม่ได้มาตรฐาน มีการรั่วซึม ต้องแก้ไขปัญหาการใช้งานอยู่บ่อย ๆ

ในปัจจุบัน ทางบริษัทผู้ผลิตเครื่องปริ้น ก็ได้พัฒนาแทงค์สำหรับใส่หมึก ติดมาพร้อมกับตัวเครื่องปริ้นเตอร์ไปเลย ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากกว่าหมึกตลับแบบเก่าเยอะมาก เพราะได้ความประหยัด ความสะดวกสบาย ถึงแม้จะใช้งานพิมพ์เยอะ แต่ก็ไม่ต้องห่วงเริ่มการเติมหมึกบ่อย ๆ เพราะเติมครั้งหนึ่งก็ใช้งานได้ยาวนาน และที่สำคัญคือไม่ต้องเสี่ยงกับการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย เพราะเป็นแทงค์ที่ผลิตจากโรงงานมาเลย ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ยาวนานและมีการรับประกันจากทางบริษัทอีกด้วย


ปริ้นเตอร์ติด Tank 8 รุ่นจาก 4 ยี่ห้อที่คนนิยมที่สุด


#1. CANON PIXMA G2010 Printer All in One INK TANK

ถ้าจะพูดถึงปริ้นเตอร์ติดแทงค์จากโรงงาน ในราคาไม่เกิน 3,000 บาทแล้ว รุ่นที่นิยมที่สุด ใช้งานได้คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณนี้ ขอยกตำแหน่งให้กับ CANON PIXMA G2010 ปริ้นเตอร์ All in one ติดแทงค์ แถมหมึกให้อีกสีละ 1 ขวดตัวนี้เลย เนื่องจากว่ามีคุณสมบัติครบครันในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สี แสกนไฟล์ รวมทั้งถ่ายเอกสาร ซึ่งทำให้ตอบโจทย์การใช้งานในระดับเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ในราคาเพียงไม่ถึง 3,000 บาท

สามารถรองรับงานพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ ความเร็วในการพิมพ์ภาพสีอยู่ที่ 5 ภาพต่อนาที หรือตกประมาณหน้าละ 12-15 วินาทีเท่านั้นเอง (ระยะเวลาการพิมพ์แผ่นแรกอยู่ที่ 60 วินาที) ส่วนความละเอียดในการพิมพ์สูงสุดอยู่ที่ 4800 x 1200 dpi จำนวนหัวฉีดรวม 1,472 หัวฉีด เชื่อมต่อด้วย USB 2.0 และนอกจากนี้ยังมีระบบการพิมพ์ 2 หน้าในตัว ทำให้การพิมพ์รายงาน พิมพ์บทความเพื่ออ่าน หรือประกอบเอกสาร สามารถพิมพ์แบบหน้า-หลัง ได้โดยอัตโนมัติ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก ขนาดกระดาษสูงสุดที่ใส่ได้อยู่ที่ LEGAL มีจอแสดงผลแบบ SEGMENT LCD 1.2″ สุดท้ายมีการรับประกันเครื่องปริ้นที่ 1-2 ปี (แล้วแต่ทางร้านค้าและโปรโมชั่นในช่วงนั้น ๆ )

ราคา: 2,990 บาท

#2. Epson L3110 EcoTank All-in-One Ink Tank Printer

หลังจากที่มีตัวสร้างชื่ออย่าง Epson L220 ที่เป็นปริ้นเตอร์ติดแทงค์ ในช่วงประมาณปี 2015 ทาง Epson ก็ได้ปรับปรุงมาเป็นรุ่น Epson L3110 ซึ่งเป็นปริ้นเตอร์ติดแทงค์จากโรงงาน ในราคาระดับล่างสุด อยู่ที่ประมาณ 3 พันต้น ๆ สำหรับปริ้นเตอร์ของ Epson เป็นที่รู้จักกันที่ในฐานะเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่ปริ้นรูปภาพสีได้สวยงามมาก และมีความทนทานค่อนข้างสูง (ในช่วงที่ยังไม่มีปริ้นเตอร์ติดแทงค์จากโรงงาน Epson จัดได้ว่าเป็นปริ้นเตอร์ที่คนมักจะนำมาติดแทงค์กันเองมากที่สุด เนื่องจากในเรื่องของความทนทานของหัวพิมพ์ และภาพสีที่ปริ้นออกมา มีความสวยงามใกล้เคียงกับภาพต้นฉบับมาก)

สำหรับรุ่น Epson L3110 EcoTank ตัวนี้ก็มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในระดับที่มีรางวัลการันตีกันมาแล้ว จาก Reddot award ในปี 2019 เป็นเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถปริ้น แสกน และรองรับการพิมพ์ภาพแบบไร้ขอบได้สูงสุดถึงขนาด 4R เอาใจของชอบปริ้นรายงาน หรือปริ้นภาพติดขอบกันอีกด้วย มีระบบป้องกันหมึกหก ความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 5760×1440 dpi ความสามารถในการพิมพ์เอกสารสูงสุดอยู่ที่ 5 ภาพสี ต่อ 1 นาที ความละเอียดสูงสุดในการแสนกภาพอยู่ที่ 600×1200 dpi

โดยสรุปแล้ว ปริ้นเตอร์ติดแทงค์ Epson L3110 มีจุดเด่นในเรื่องของสีสัน ปริ้นภาพได้สด สวย ตัวอักษรคมชัด ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ผิดหวัง สำหรับในช่วงงบ 3000 กว่าบาท (ในช่วงที่มีโปร เคยเห็นต่ำกว่า 3,000 บาทบ้าง)

ราคา: 3,400-3,700 บาท (Lazada)

#3. Brother DCP-T310 ระบบ InkTank

ในช่วงราคา 3,000 บาท ซึ่งเป็นตัวล่างของระบบ Inktank ในตัว สำหรับคนที่เป็นแฟนของแบรนด์ Brother ตัวนี้จะเป็นรุ่น DCP-T310 (เป็นรุ่นล่าสุดที่พัฒนาต่อจาก T300) เป็นเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นอีกเช่นเดียวกัน สามารถปริ้น แสกน และถ่ายเอกสารได้จบในเครื่องเดียว โดยอัตราการพิมพ์สีสูงสุดอยู่ที่ 10 แผ่นต่อนาที และขาว-ดำ อยู่ที่ 27 แผ่นต่อนาที ถาดกระดาษใส่กระดาษได้สูงสุด 150 แผ่น มีช่องใส่กระดาษแบบแมนนวล สำหรับกระดาษที่หนา โดยปริมาณหมึกพิมพ์ที่แถมสามารถพิมพ์สีได้มากสุดถึง 5,000 แผ่น ขาวดำ 6500 แผ่น

เหมาะกับใคร? สำหรับ Brother DCP-T310 ค่อนข้างจะเหมาะกับงานพิมพ์เอกสารทั่วไป มีสีประกอบบ้าง แต่ถ้าต้องการพิมพ์เฉพาะรูปภาพอย่างเดียว อาจจะขอยกให้ Epson เหนือกว่าอยู่เล็กน้อย (ความรู้สึกส่วนตัว) เพราะโทนสีค่อนข้างจะจืด ไม่สดเท่ากับทาง Epson แต่ในทางตรงกันข้าม สำหรับการพิมพ์งาน รายงาน ถือว่าทำได้ดีมาก และน่าจะเรียกได้ว่าประหยัดหมึกที่สุดในบรรดาเครื่องพิมพ์รุ่นเดียวกัน เนื่องจากการตั้งค่าสีที่อ่อนจากโรงงาน ทำให้ปริมาณที่พิมพ์ได้ มากที่สุดในปริมาณหมึกเท่า ๆ กันนั่นเอง ที่สำคัญมีการรับประกันจากทาง Brother ถึง 2 ปีเต็ม หรือ 30,000 แผ่น (หรือเมื่ออย่างใดอย่างหนึ่งถึงกำหนดก่อน)

โดยสรุปแล้ว เป็นเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ ที่เน้นความประหยัด ต้นทุนต่อการพิมพ์ 1 แผ่นถูก มีการรับประกันที่นานถึง 2 ปี และที่สำคัญ ระบบปริ้นเตอร์ติดแทงค์ของ Brother จะมีจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือการล้างหัวพิมพ์อัตโนมัติ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน โดยเพียงแค่เราไม่ถอดปลั๊กปริ้นเตอร์ไว้เท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ เครื่องพิมพ์จะเปิดเครื่องและสั่งล้างหัวพิมพ์ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการช่วยถนอมหัวพิมพ์ สำหรับคนที่ปริ้นน้อยและกลัวที่จะลืมล้างหัวพิมพ์โดยเฉพาะ

ราคา: 3,000-3,300 บาท

#4. HP Ink Tank Wireless 415 (Z4B53A) WiFi รับประกัน 2 ปี On-Site

เครื่องพิมพ์ติดแทงค์ในช่วงราคา 3,000 บาท มีอยู่ 1 ตัวที่ฟังก์ชั่นค่อนข้างจะโดดเด่นจากพวกเลย ก็คือ HP 415 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อ WiFi ทำให้ไม่ต้องใช้สาย USB ให้เกะกะ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์ได้หลายเครื่องพร้อมกัน ทำให้การทำงานสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง อาจจะพี่น้อง คุณพ่อคุณแม่ สามารถสั่งปริ้นได้จากคอมเครื่องใดก็ได้ รวมถึงสั่งปริ้นจากมือถือได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นใน HP รุ่นนี้กันเลยทีเดียว

ความเร็วในการพิมพ์ รุ่นนี้ก็ใกล้เคียงกันกับ 3 รุ่นก่อนหน้า คือพิมพ์สี 5 หน้าต่อนาที และพิมพ์ขาวดำอยู่ที่ 8 หน้าต่อ 1 นาที ความละเอียดในการพิมพ์สูงสุดที่ 1200×1200 dpi เป็นเครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชั่น คือ พิมพ์ แสกน และถ่ายเอกสารได้ ไม่สามารถแฟ็กซ์ได้ รองรับ Windows 7, 8, 10, Mac OS X v10.12 (Sierra)

HP Ink Tank Wireless 415 ตัวนี้ถ้าเทียบเสปคแล้ว ก็อาจจะเป็นรองทาง Brother หรือ Epson อยู่นิดหน่อย แต่ก็มีจุดเด่นในเรื่องของการรับประกัน On-Site ถึง 2 ปีเต็ม เคยเห็นใน Pantip บอกว่าเคลมหัวพิมพ์ตอนปีกว่าให้ด้วย ซึ่งก็ถือว่ามีความคุ้มค่าน่าใช้งานไม่น้อย ปัจจุบันร้าน Fast Toner ได้ลดราคาลงมาเหลือ 3,600 บาท จากปกติเกือบๆ 5000 บาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นปริ้นเตอร์ติดแทงค์อีกตัวที่น่าสนใจในงบนี้เช่นเดียวกัน

ราคาประมาณ: 3,600-4,000 บาท

#5. Brother DCP-T510W Refill Tank System – Wifi, Mobile-Print 3-in-One

รุ่นนี้ จะเป็นตัวเดียวกันกับ Brother DCP-T310 ความสามารถต่าง ๆ เหมือนกัน โดยจะเพิ่มในส่วนของ Built-in Wireless เข้ามา ทำให้สามารถใช้งานผ่านระบบ WiFi ให้คุณเชื่อมต่อกับปริ้นเตอร์ได้แบบไร้สาย สามารถสั่งพิมพ์งานผ่านทางคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ รวมทั้งพิมพ์งานโดยสั่งผ่านมือถือหรือแท็บเล็ตของคุณได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้จะไม่มีเร้าเตอร์ก็ตาม ซึ่งฟังก์ชั่นที่เพิ่มมานี้ เมื่อเทียบกับส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 บาท ก็ต้องลองพิจารณาถึงลักษณะการใช้งานดูว่า ได้ใช้ฟังก์ชั่น Wireless มากน้อยเพียงใด

เช่น ในบ้านมีใครที่ใช้เครื่องปริ้นบ้าง หรือซื้อมาใช้แค่คนเดียว? ซึ่งถ้าตั้งใจว่าจะเป็นปริ้นเตอร์ส่วนกลางของบ้าน ใครก็ปริ้นงานได้ ในกรณีนี้ Wireless ก็เป็นส่วนสำคัญและตอบโจทย์การใช้งานได้ดี และจำเป็นต้องมีอย่างแน่นอน และโดยเฉพาะปริ้นเตอร์อิงค์แทงค์ ที่จะต้องมีการพิมพ์บ่อย ๆ ยิ่งบ่อยยิ่งดีแบบนี้ด้วยแล้ว การที่หลาย ๆ คนช่วย ๆ กันพิมพ์ ก็จะช่วยถนอมหัวพิมพ์ให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นด้วย

นอกจากนี้อาจจะมองในเรื่องของ ตำแหน่งที่ตั้งวางเครื่องปริ้น ว่าไกลจากเครื่องคอมมากไหม เพราะบางทีการลากสาย USB ยาว ๆ ก็ดูจะเกะกะห้องไม่น้อยเลย

ในเรื่องของความเร็วในการพิมพ์และความละเอียดในการพิมพ์นั้น DCP-T510W ก็เหมือนกันกับ DCP-T310 ทุกประการ ความละเอียดสูงสุดที่ 1200×6000 dpi ความเร็วในการพิมพ์สูงสุดที่ 6 แผ่นต่อนาที สำหรับภาพสี และ 12 แผ่นต่อนาที สำหรับภาพขาวดำ มาตรฐานการพิมพ์โดยประมาณ อยู่ที่ 6500 หมึกดำ และ 5000 หน้า สำหรับหมึกสี (พื้นที่การพิมพ์ 5% ของกระดาษโดยประมาณ)

ส่วนเรื่องการล้างหัวพิมพ์อัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเครื่องเป็นเวลานาน ก็ยังมีมาให้เช่นเดียวกัน เพียงแค่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ ตัวเครื่องจะทำการเปิดและล้างหัวพิมพ์อัตโนมัติ เมื่อไม่ได้ใช้งานมาสักระยะหนึ่ง ช่วยป้องกันหัวพิมพ์อุดตันได้เป็นอย่างดี

ราคา: 4,100-4,400

#6. Epson L3150 EcoTank All-in-One/Wifi Ink Tank Printer

เช่นเดียวกันกับแบรนด์อื่น Epson L3150 ก็จะเป็นตัวอัพเกรดเพิ่มการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi เพิ่มจากรุ่น Epson L3110 และก็จะมีเพิ่มความสามารถในส่วนของการพิมพ์ Borderless หรือการพิมพ์ไร้ขอบ โดยใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้กับการปริ้นกระดาษ ขนาด4×6″

หากเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ในรุ่นราคาระดับเดียวกันนี้ การปริ้นไร้ขอบของ Epson ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากสามารถปริ้นไร้ขอบได้เฉพาะขนาด 4×6″ แต่ยี่ห้ออื่น ๆ สามารถพิมพ์แบบไร้ขอบได้จนถึงกระดาษขนาด A4 ทั้งหมด ดังนั้นหากจุดประสงค์ของการใช้งานของคุณ มีการทำแผ่นพับบ้าง โบรชัวร์บ้าง อาจจะไม่เหมาะกับปริ้นเตอร์ของ Epson สักเท่าไรนัก และอันนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรพิจารณาเช่นเดียวกัน

ในส่วนข้อดีหรือจุดเด่นของ Epson L3150 ก็มีอยู่ไม่น้อยเลย เริ่มต้นกันที่การเติมหมึก ที่สามารถเติมได้ง่ายเป็นพิเศษ ซึ่งการเติมหมึกแต่ละครั้งก็สามารถใช้กันได้จนลืมกันเลย สามารถพิมพ์สีได้สูงสุดถึง 7500 แผ่น สามารถใช้งานได้ทั้งปริ้น แสกน ถ่ายเอกสาร และยังสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สาย สั่งพิมพ์งาน พิมพ์เอกสารผ่านทางมือถือ โดยสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi Direct ทั้งมือถือ แท็บเล็ต ได้พร้อมกันสูงสุด 4 เครื่อง

#7. HP Officejet 7110 Wide Format A3 ePrinter

ปริ้นเตอร์อิงค์แทงค์ ที่ออกแบบมาเพื่อออฟฟิศและคนรักภาพโดยเฉพาะ HP Officejet 7110 ปริ้นเตอร์ที่สามารถรองรับการพิมพ์ชิดขอบได้ถึงกระดาษขนาด A3 ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในสำนักงาน โฮมออฟฟิศ HP Officejet 7110 ตัวนี้ตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพงานพิมพ์ เวลาการพิมพ์ต่อ 1 แผ่นที่ถือได้ว่ารวดเร็วมาก และยังสามารถเชื่อมต่อสั่งพิมพ์ผ่านทาง WiFi ไม่ว่าจะแท็บเล็ตหรือมือถือ ก็สะดวกรวดเร็ว

สำหรับใครที่ชอบความรวดเร็วในการพิมพ์งาน ไม่อยากรอให้เสียเวลา HP Officejet 7110 Wide Format ePrinter รุ่นนี้สามารถตอบความต้องการของคุณได้อย่างหมดจด ความเร็วในการพิมพ์ถึงระดับ 33 แผ่นต่อนาที สำหรับภาพขาวดำ และ 29 แผ่นต่อนาที สำหรับการพิมพ์ภาพสี และสามารถเริ่มต้นการพิมพ์แผ่นแรกภายในเวลาไม่กี่วินาที จึงทำให้ HP Officejet 7110 เป็นปริ้นเตอร์ที่ได้รับการยอมรับจากการใช้งานในโฮมออฟฟิศเป็นอย่างดี

การเชื่อมต่อแบบไร้สาย สามารถสั่งงานผ่านทางมือถือหรือแท็บเล็ต ด้วย HP ePrint เชื่อมต่อ WiFi ได้หลายเครื่องพร้อมกัน รวมไปถึงความสะดวกในการพิมพ์หน้า-หลังโดยอัติโนมัติ ซึ่งถือได้ว่าเป็นฟังก์ชั่นที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่เครื่องปริ้นควรจะมีเลยก็ว่าได้ เพราะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปริ้นรายงาน ปริ้นเอกสารการศึกษาต่าง ๆ ที่อยากพิมพ์หน้าหลัง ซึ่งจะทำให้การใช้กระดาษเป็นไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุด และที่สำคัญ ความละเอียดในการพิมพ์ ก็สูงถึง 4800×1200 dpi ทำให้ภาพหรือตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา มีความคมชัดสูงนั่นเอง

#8. CANON PIXMA G3010 Printer All in One INK TANK

Printer ติดแทงค์จากโรงงานแบบ All in one ที่ครอบคลุมตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งการพิมพ์ สแกน copy หรือทำสำเนาเอกสาร ที่จะช่วยให้งานพิมพ์เอกสารต่างๆ ของคุณ ง่ายและประหยัดมากขึ้น ตัวนี้จะรองรับการเชื่อมต่อ ทั้ง USB 2.0 WiFi, Mopria และ Access Point Mode สามารถสั่งิพมพ์งานผ่านอุปกรณ์ไร้สาย ทั้งมือถือและแท็บเล็ต ได้อย่างสะดวกสบาย

CANON PIXMA G3010 ถือได้ว่าเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ครบถ้วน ความละเอียดในการพิมพ์เอกสารสูงถึง 4800 x 1200 dpi ความเร็วในการพิมพ์ภาพขาว-ดำอยู่ที่ 8.8 ภาพต่อนาที และภาพสี 5 ภาพต่อนาที สำหรับรุ่น G3010 ตัวนี้จะเป็นตัวที่พัฒนาต่อจากรุ่นยอดฮิต G3000 เดิม ใครที่เคยใช้เจ้า G3000 แล้วคงจะรู้เลยว่า มันคุ้มค่าคุ้มราคาขนาดไหน จึงได้ฮิตติดลมบนยาวนานถึง 2-3 ปี

อายุการใช้งานของหมึก 1 ชุด สามารถพิมพ์เอกสารขาว-ดำ สูงสุดที่ 6,000 แผ่น และ สี 7,000 แผ่น (พื้นที่ 5% ของขนาดกระดาษ A4) ถาดบรรจุกระดาษใส่ได้สูงสุด 100 แผ่น ความทนทานและอายุการใช้งาน มีการรับประกันจากบริษัท Canon ถึง 2 ปีเต็ม หรือ 30,000 แผ่น แล้วแต่ว่าระยะใดถึงก่อน โดยจะรับประกันฟรีตั้งแต่ค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่าหัวพิมพ์ ค่าแผ่นซับหมึก ทำให้การใช้งานเจ้า CANON PIXMA G3010 สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมเลยถึง 2 ปีเต็ม

ราคาประมาณ: 4,500-4,800 บาท


6 เทคนิคการดูแลเครื่องปริ้น Inkjet Tank ให้ยืดอายุการใช้งานให้นาน ๆ

ถึงแม้ว่าเครื่องปริ้นติดtank จะมีความประหยัดคุ้มค่าในเรื่องของค่าหมึก แต่ส่วนหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ ก็คือการรู้จักข้อดีข้อเสียของมัน และดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งก็จะทำให้เครื่องปริ้นที่ซื้อมา อยู่กับเราไปได้นาน ๆ นั่นเอง


1. ปริ้นทิ้งๆบ้างก็ได้ ไม่ต้องเสียดายหมึกมาก

เครื่องปริ้นแบบอิงค์เจ็ท จะมีจุดอ่อนที่สุดอยู่ตรงที่หัวพิมพ์ ที่เกิดการอุดตันของหัวพิมพ์ได้ง่าย บางครั้งน้ำหมึกที่ตกค้างหลังพิมพ์งานเสร็จ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะเกิดการจับตัวเป็นคราบที่หัวพิมพ์ ติดในท่อฉีดน้ำหมึก ซึ่งไม่ว่าคุณจะเพิ่งซื้อเครื่องมาไม่ถึงเดือน อาการหัวพิมพ์อุดตันก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วย ดังนั้นจึงควรมีการปริ้นเอกสารเป็นประจำ อย่างน้อย2-3 วัน ก็เปิดมาปริ้นอะไรเล่น ๆ สักหน่อย (ในกรณีที่เป็นเครื่องพิมพ์ของยี่ห้อ Brother ก็ให้เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เครื่องจะเปิดและสั่งล้างหัวพิมพ์โดยอัตโนมัติ)

นอกจากนี้ ในกรณีที่หัวพิมพ์เริ่มมีการอุดตัน อาจใช้ Cotton Buds ทำความสะอาดหัวพิมพ์อย่างเบามือ บริเวณหัวพิมพ์ที่มีคราบหมึกเกาะแน่น ก็จะเป็นการช่วยให้กลับมาพิมพ์งานได้สวยเหมือนเดิมได้ด้วย

2. เลือกใช้หมึกแท้ตรงรุ่นกับเครื่องปริ้น

ถึงแม้ว่าน้ำหมึกจากโรงงานจะมีราคาสูงกว่า น้ำหมึกเทียบเท่ายี่ห้อต่าง ๆ ที่มีขายกันตามท้องตลาดอยู่มากก็ตาม แต่ต้องย้อนไปถึงความคุ้มค่า และราคาค่าปริ้นต่อ 1 แผ่นดูก่อนด้วย เพราะหมึกเติมจากโรงงานขวดละประมาณ 2-300 บาท เปลี่ยนครั้งหนึ่งก็อาจจะพันนิด ๆ แต่ทำให้คุณภาพงานพิมพ์ที่ดี และเกิดการอุดตันของหัวพิมพ์ได้ยากกว่า อีกทั้งกว่าหมึกจะหมด ก็ปาเข้าไปตั้ง 4-6,000 แผ่นกันเลย ดังนั้นถ้าคิดถึงค่าหมึกแท้ต่อการพิมพ์ 1 แผ่นแล้ว ก็ถือว่าถูกมากอยู่แล้ว ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ควรที่จะเลือกซื้อหมึกแท้จากโรงงาน โดยเลือกให้ตรงกับรุ่นของเครื่องปริ้นที่ใช้งานอยู่ ซึ่งจะทำให้เครื่องพิมพ์อยู่กับเราได้นานขึ้นด้วย อีกทั้งคุณภาพงานพิมพ์ก็ยังดีกว่าหมึกเทียบเท่าอีกด้วย

3. ใช้ผ้าหรือพลาสติกคลุมเครื่องปริ้นไว้เสมอ

ปัญหาหนึ่งที่มักพบได้เสมอก็คือ มีเศษฝุ่น เศษผม หลุดเข้าไปด้านใน ซึ่งจะมีส่วนทำให้เครื่องพิมพ์มีปัญหาในเรื่องการดูดกระดาษ รวมถึงภาพพิมพ์มีรอยของเศษฝุ่นเศษผมได้ โดยเฉพาะหากคุณใช้เครื่องปริ้นแบบ Laser ด้วยแล้ว เรื่องฝุ่นจะทำให้คุณต้องเสียเงินค่าถอดเครื่องมาทำความสะอาดได้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว การคลุมผ้าหรือพลาสติกคลุมเครื่องปริ้นไว้ จะช่วยป้องกันฝุ่นละออง และยืดอายุการใช้งานของเครื่องปริ้นได้ดีเลยทีเดียว

4. ปิดเครื่องโดยใช้ปุ่ม ON-OFF

เมื่อใช้งานเครื่องปริ้นเสร็จแล้ว หลายคนอาจจะใช้วิธีการปิดเครื่องจากปลั๊กพ่วงเลย ซึ่งจริง ๆ แล้ว เราควรที่จะใช้ปุ่ม ON-OFF ที่ตัวเครื่อง เพื่อเปิดและปิดเครื่องให้เสร็จก่อน ที่จะปิดสวิทซ์ที่ปลั๊กพ่วง หรือถอดปลั๊กออก เนื่องจากเครื่องพิมพ์จะมีระบบการทำความสะอาดหัวพิมพ์ รวมทั้งมีการเก็บตลับหมึกเข้าไปก่อนที่จะปิดเครื่อง ดังนั้นจึงควรฝึกการปิด-เปิดเครื่องพิมพ์ให้ถูกต้องด้วย เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องพิมพ์

5. ไม่ต้องรอให้หมึกหมดแทงค์

เมื่อน้ำหมึกลดลงจนใกล้หมดแทงค์ บางครั้งการดูดหมึกมาพิมพ์อาจจะทำได้ไม่ดี ทำให้ภาพที่ออกมาไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อสังเกตุเห็นว่าหมึกเริ่มใกล้จะหมดแทงค์แล้ว ก็ควรหยิบหมึกมาเติมเข้าไปได้เลย ซึ่งนอกจากจะทำให้ภาพหรือเอกสารที่พิมพ์มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ยังช่วยป้องกันการ “ลืมเติมหมึก” จนหมดแทงค์ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตลับหมึกได้อีกด้วย

6. ปริ้นหลายแผ่นต้องพักเครื่องบ้าง

ปริ้นเตอร์ในระดับราคาประมาณ 3000-5000 บาท ค่อนข้างจะออกแบบมาสำหรับการใช้งานเบื้องต้น ไม่ได้รองรับงานหนักขนาดที่จะสั่งพิมพ์เป็นหลายร้อยใบโดยไม่หยุดได้ ดังนั้นการใช้งานจึงควรที่จะมีการพักเครื่องบ้าง ในกรณีที่ต้องการพิมพ์งานในปริมาณมาก เช่นสั่งปริ้นสัก 50-100 แผ่น แล้วพักเครื่องสัก 1-5 นาที ก็จะช่วยถนอมเครื่อง และยืดอายุการใช้งานได้ในระดับหนึ่ง


สำหรับเครื่องปริ้นติดแทงค์ ในช่วงราคา 3,000-5,000 บาทที่เราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้ ก็จะเป็นรุ่นและยี่ห้อ ที่เป็นตัวใหม่ในช่วงปี 2018-2019 นี้ ส่วนมากจะเป็นการพัฒนาจากรุ่นก่อนหน้าที่เคยสร้างชื่อมา รวมทั้งมีการเข้ามาของ Wireless ทำให้สามารถสั่งพิมพ์ผ่านทางมือถือหรือแท็บเล็ตได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งก็หวังว่าจะถูกใจเพื่อน ๆ กันไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับบทความในเรื่อง เครื่องปริ้นติดtank ราคาถูก ไม่เกิน 5,000 บาท เพื่อน ๆ ท่านไหนมีรุ่นไหนที่น่าสนใจอีก ก็อย่าลืมคอมเมนต์มาแนะนำพวกเราได้นะครับ

error: Content is protected !!