หม้อทอดไร้น้ำมัน 9 รุ่น คัดมาแล้วว่าเด็ดจริง

หม้อทอดไร้น้ำมันยี่ห้อไหนดี

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นง่าย ๆ จากอาหารที่เราทานในแต่ละวัน” ในยุคปี 2018 นี้ใครๆก็หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น หม้อทอดไร้น้ำมัน ก็เป็นอุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่จะเป็นตัวช่วยในการทำอาหารอร่อยๆให้แก่คุณ โดยไม่ต้องเพิ่มน้ำมันเข้าสู่ร่างกาย สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังจะมองหาหม้อทอดไร้น้ำมันสัก 1 เครื่อง แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี หรืออยากรู้ว่ารุ่นที่แพงกว่า มันดีกว่ากันมากไหม วันนี้ EnjoyRefinement ก็ได้นำข้อมูลดี ๆ มานำเสนอคุณผู้อ่านกันอีกเช่นเคย ไปดูกันดีกว่าค่ะ
 

ข้อแตกต่างระหว่างหม้อทอดไร้น้ำมันกับหม้ออบลมร้อน

เชื่อว่าหลายท่านที่เคยใช้หม้ออบลมร้อน หรือมีหม้ออบลมร้อนประจำบ้านอยู่แล้ว คงจะเกิดคำถามสงสัยว่า หม้อทอดไร้น้ำมันกับหม้ออบลมร้อนที่เรามีนั้น มันมีข้อแตกต่างกันอย่างไร และคุ้มไหมที่จะซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันมาเพิ่มอีก 1 ตัว

“หลักการทำงานของหม้อทอดไร้น้ำมัน จะใกล้เคียงกันกับหม้ออบลมร้อน” พูดให้เห็นภาพ ก็คงจะเหมือนกับ หม้ออบลมร้อนที่มีความร้อนสูงกว่าเดิม มีพัดลมกระจายความร้อน รวมถึงมีตัวกวนอาหารให้โดยอัตโนมัติ (ในบางยี่ห้อ) ซึ่งผลที่ได้ เวลาทำอาหาร ก็จะต่างกันพอสมควร

อย่างเช่นเวลาซื้อไก่ทอดมาแล้ว นำมาอุ่นต่ออีกครั้ง สำหรับหม้ออบลมร้อน ไก่จะกรอบแค่นิดหน่อย แต่ถ้าเอาไปใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน จะเหมือนกับได้ไก่ทอดที่กรอบขึ้นมากกว่าเดิม (มากกว่าตอนที่เพิ่งซื้อมาซะอีก)

อีกอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คืออย่างพวกเมนูเฟรนฟราย ที่จะใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน ทอดออกมาแล้วจะกรอบนอกนุ่มใน เหมือนกับนำไปทอดในน้ำมันจริงๆ แต่ถ้าใช้หม้ออบลมร้อน ถ้าจะทำออกมาให้กรอบ ก็จะต้องตั้งไฟเป็น ขยันกลับ เพื่อให้เฟรนฟรายสุกทั่วถึง ซึ่งส่วนใหญ่ก็อาจจะทำแล้วไหม้ หรือไม่กรอบ อันนี้ก็จะเป็นจุดที่แตกต่างกันระหว่างหม้อทอดไร้น้ำมัน และหม้ออบลมร้อน

หม้อทอดไร้น้ำมันใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง

เมนูที่ทำจากหม้อทอด

สำหรับแม่บ้านหรือพ่อบ้านรุ่นใหม่สายเฮลตี้ ที่กำลังลังเลว่า ซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันมาแล้ว จะใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง เพราะว่าถ้าบอกว่าซื้อมาเพื่อจะกินเฟรนฟรายทอดน้ำมันน้อยๆอย่างเดียว ก็คงจะไม่คุ้มแน่ จริงไหมล่ะคะ จริงๆแล้วหม้อทอดไร้น้ำมันสามารถประยุกต์ทำเมนูอาหารได้หลากหลายมากๆเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการย่างพริก หอม กระเทียม ไว้เพื่อเตรียมทำน้ำพริก ทอดปลาทู ทำเสต็ก ไก่ย่าง คอหมูย่าง หมูกรอบ ปีกไก่ทอด นักเกตทอด ฯ

ที่พิเศษก็คือ ทุกอย่างนี้ คุณไม่ต้องเสียเวลาในการทำอาหารเลย แค่จับวางลงเข้าไปในหม้อทอดไร้น้ำมัน ที่เหลือก็ปล่อยให้ระบบของเครื่องทำงาน เพราะถึงเวลาปุ๊บเราก็แค่หยิบออกมาแล้วก็รับประทานได้เลย ซึ่งต้องบอกว่ามันคุ้มค่า ทำให้เราสามารถทานอาหารที่มีน้ำมันน้อยลง ความอร่อยใกล้เคียงกับของทอด แถมยังประหยัดเวลาในการทำอาหาร เราสามารถเอาเวลานี้ไปเดินออกกำลังกาย หรือไปอาบน้ำให้เสร็จเรียบร้อย ซึ่งมันเหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันนี้เป็นอย่างมาก

สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า เมนูอาหารที่ทำจากเจ้าหม้อทอดไร้น้ำมัน จะหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร ลองเข้าไปดูกระทู้ใน Pantip ที่คุณ คิดลบแล้วแย่ คิดบวกยังจะดีกว่า ได้โพสไว้ดุนะคะ ต้องบอกว่า แต่ละอย่าง น่ากินแบบสุด ๆ เลย https://pantip.com/topic/36121898

ข้อดีของหม้อทอดไร้น้ำมัน

เมนูที่ใช้หม้อทอดไร้น้ำมันทำได้ในเวลาแปร้บบเดียว

1. ลดน้ำมัน 50-80%

ไม่ใช่ว่าการใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแล้ว จะทำให้น้ำมันในอาหารทุกอย่างหมดไปนะคะ เพียงแต่ว่า เราไม่ต้องเติมน้ำมันเข้าไปในอาหารนั้นๆ เช่น เฟรนฟราย นักเก็ต ซึ่งเหล่านี้ล้วนมีน้ำมันรวมมาอยู่ในอาหารแล้ว เมื่อเรานำไปทอด เราก็จะได้รับน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน ก็จะเป็นการรีดน้ำมันของตัวอาหารออกไป ทำให้เราได้รับน้ำมันน้อยลงไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

หรือแม้แต่เมนูโปรดของคุณพ่อคุณแม่ อย่างปลาทูทอด ถ้าเรานำไปทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน จะได้ปลาทูที่หนังกรอบ ส่วนเนื้อข้างในก็เหมือนเป็นปลาทูทอดผสมย่าง ซึ่งถ้าเทียบกับปลาทูทอดแล้ว ความอร่อยใกล้เคียงกัน แต่ไม่มีน้ำมันจากการทอดเข้าสู่ร่างกายเลย

2. ความสะดวก- เปิดเครื่องแล้วไปออกกำลังกายรอได้เลย

หลายคนอาจจะอยากกินของทอด แต่ก็ขี้เกียจที่จะทอดอาหาร ไม่ว่าจะเพราะขึ้เกียจล้างกระทะ พอทอดเสร็จแล้วก็ต้องกรองน้ำมัน แถมเวลาเก็บน้ำมัน ถ้าเก็บไม่ดี ก็จะกลายเป็นตัวล่อเหล่าแมลงสาบเข้าบ้านเสียอีกด้วย บางครั้งพึ่งอาบน้ำสระผมมาใหม่ๆ ก็ไม่อยากให้กลิ่นน้ำมันติดหัว ติดหน้า ในที่สุดแล้ว เราก็มักจะยอมไปซื้อของทอดนอกบ้าน ที่ก็ไม่ค่อยจะเปลี่ยนน้ำมัน ทอดกันจนน้ำมันดำเมื่อมก็ยังไม่ยอมเปลี่ยน ซึ่งก็ไม่ดีต่อสุขภาพเราอย่างแน่นอน

หม้อทอดไร้น้ำมัน ทำให้การทำของทอดเป็นเรื่องปวดหัวน้อยลงมาก เพราะแค่เพียงโยนอาหารที่จะทอดลงไปในตะแกรง จากนั้นก็ปล่อยให้เครื่องทำงาน เพียงเท่านี้ก็ได้กินแล้ว จะมีก็แต่อย่างเดียวในเรื่องการล้าง ซึ่งหม้อทอดไร้น้ำมันรุ่นใหม่ๆก็ได้ปรับปรุงในเรื่องการล้างทำความสะอาด ทำให้ล้างทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นมากแล้วด้วย

หม้อทอดไร้น้ำมันเลือกซื้อของ Philips หรือ Tefal ดีกว่ากัน

Philips – เน้นทอดอาหาร อุ่นอาหารทอด ที่ซื้อมาแช่ไว้ให้กรอบ เช่น ไก่ทอดเหลือจากเมื่อวันก่อน นำมาอุ่นให้กรอบ ระบบพัดลมของ Philips ถือว่าค่อนข้างดี โดยเฉพาะในรุ่นแพง ทำให้ไม่ต้องกลับอาหาร อาหารสุก กรอบ และทั่วถึง

Tefal – มีรุ่นที่มีตัวกวนอาหาร เลือกได้ว่าจะทอดหรือจะผัด ถ้าจะทอดไล่น้ำมันก็เสียบตะแกรงลงไป ถ้าจะผัดก็นำตะแกรงออก น้ำมันก็จะยังคงคลุกเคล้าอยู่ในตัวหม้อ ทำให้อาหารมีความชุ่มฉ่ำ น่าทานกว่า แต่ในฟังก์ชั่นการทอด ก็จะสู้ Philips ไม่ได้

“ดังนั้นถ้าต้องการใช้งานหลากหลาย Tefal ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่ถ้าเน้นทอด เน้นกรอบอย่างเดียว Philips ทำได้ดีกว่า”


หม้อทอดไร้น้ำมัน 9 รุ่นแนะนำ ทอดก็ได้ ย่างก็อร่อย คุ้มฝุดๆ


#1. Philips Airfryer HD9220/20

หม้อทอดไร้น้ำมัน-Philiips

หม้อทอดไร้น้ำมันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ช่วยให้คุณประกอบอาหารทอดได้ง่ายๆ แค่เพียงปรับอุณหภูมิและเวลา หลังจากนั้นตัวเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมายุ่งหรือว่ามาคอยดูอะไร จึงทำให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นอย่างมาก สามารถทำอาหารได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการทอด ย่าง อบ คั่ว ซึ่งหม้อทอดไร้น้ำมันของฟิลิปรุ่นนี้ สามารถลดไขมันในอาหารได้สูงสุดถึง 80% มาพร้อมกับความจุ 0.8 กิโลกรัม เหมาะสำหรับครัวเรือนขนาดเล็ก-กลาง กำลังไฟ 1400 วัตต์ และมีเทคโนโลยี Turbo Stars ที่จะช่วยให้ความร้อนหมุนเวียนได้อย่างทั่วถึง ทำให้ของทอดออกมาสีสันสวยงามน่ารับประทาน ตรงส่วนตะแกรงมีเคลือบสารเทฟลอนกันติดไว้ ก็จะช่วยลดการเกาะติดของคราบอาหารทำให้สามารถทำความสะอาดได้ไม่ยากมากนัก

หม้อทอด Philips รุ่น HD9220/20 ตัวนี้นอกจากจะเหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบอาหารเป็นประจำแล้ว ยังเหมาะกับแม่บ้านมือใหม่ ช่วยให้การทำอาหารสนุกมากขึ้น ใช้เวลาไม่มากนัก ที่สำคัญอาหารที่ได้เป็นเมนูอาหารที่น้ำมันน้อย เป็นการรักษาสุขภาพง่ายๆ ที่เริ่มจากการทานอาหารที่บ้าน ตัวเครื่องมีดีไซน์และมีขนาดที่กำลังพอดี สามารถตั้งในคอนโด หรือทาวน์โฮมได้โดยไม่เกะกะ และสำหรับผู้สูงอายุที่ชอบทำน้ำพริก หม้อทอดไร้น้ำมันแบบนี้ ก็สามารถย่างพริก หอม กระเทียม ปลาทู ช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำอาหาร และเหนื่อยกับการทำอาหารน้อยลงด้วย

 

#2. TEFAL หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น FX1000

fx1000-tefal-หม้อทอด

คู่แข่งสำคัญ ที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยๆ เวลาที่จะเลือกซื้อหม้อทอดไร้น้ำมัน ก็คือยี่ห้อ Tefal โดยรุ่นยอดนิยมาของทาง Tefal ก็คือ FX1000 โดย Tefal ก็ได้ชูจุดขายของหม้อทอดน้ำมันตัวนี้ไว้ว่า จะช่วยให้การทำอาหารของคุณเป็นเรื่องง่าย และไม่ต้องใช้น้ำมันในการทอดอีกต่อไป เรียกว่าออกมาเพื่อเอาใจแม่บ้านพ่อบ้าน สายเฮลตี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว

หม้อทอดไร้น้ำมันของ Tefal ตัวนี้มาพร้อมกับกำลังไฟ 1400 วัตต์ ความจุ 0.8 กิโลกรัม อุณหภูมิปรับได้ตั้งแต่ 150 ถึง 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาการปรุงอาหารได้ 30 นาที การใช้งานค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อน เพียงแค่ตั้งอุณหภูมิด้านบน และหมุนลูกบิดตั้งเวลาในการปรุงอาหาร เพียงแค่นี้ ตัวเครื่องก็จะทำงานทอดอาหารให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งการใช้งานที่ง่าย ทำให้เหมาะกับสมาชิกทุกคนในบ้าน ผู้สูงอายุก็สามารถใช้งานได้

การดีไซน์ของตัวเครื่อง มีขนาดใหญ่พอประมาณ รูปลักษณ์เรียบหรู ขาวตัดดำ สามารถเข้ากับดีไซน์ของห้องครัวได้เป็นอย่างดี ตัวตะแกรงรองอาหาร สามารถถอดล้างได้ง่าย ถาดรองน้ำมันเคลือบเทฟลอน ใส่อาหารได้ประมาณ 800 กรัม ซึ่งก็ถือว่าพอดีสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยรวมแล้วความสามารถและฟังก์ชั่นต่าง ๆ ค่อนข้างใกล้เคียงกับของ philips โดย Tefal จะราคากว่านิดหน่อย

 

#3. TEFAL รุ่น FZ7118

หม้อทอดไร้น้ำมัน-tefal1

หม้อทอดไร้น้ำมันอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ ก็คือ Tefal FZ7118 ซึ่งหม้อทอดในน้ำมันตัวนี้จะมีลักษณะเด่นพิเศษ ที่ไม่เหมือนกับ 2 รุ่นด้านบน ก็คือมีใบพายสำหรับกวนอาหาร คอยกวนอาหารให้โดยอัตโนมัติ สำหรับของทอดก็มีตัวช่วยกลับ เหมาะสำหรับการทำเมนูของทอดที่ใช้น้ำมันน้อย หรือทำเมนูผัด เพราะว่าตัวเครื่องมีใบพายในการกวนอาหารให้โดยอัตโนมัติ รวมถึงน้ำมันก็ไม่ได้หยดลงไปด้านล่าง ยังอยู่ในหม้อทอดนั้น ทำให้อาหารมีความชุ่ม เหมือนกับการปรุงอาหารด้วยการทอดในกระทะ หรือการผัดในกระทะ ส่วนในกรณีที่ต้องการทำของทอด ก็จะสามารถใส่ตะแกรงเพิ่มเข้าไป เพื่อให้น้ำมันไหลลงไปในถาดด้านล่างได้

ถ้าเทียบหลักการทำงานแล้ว Tefal รุ่นนี้ ก็เหมือนหม้อทอดไร้น้ำมันแบบ 2 in 1 คือเมนูผัดหรือทอดแบบใช้น้ำมันก็ทำได้ และเมนูทอดแบบไร้น้ำมันก็ทำได้ เพียงแค่ใส่ตะแกรงทอดลงไป

หม้อทอดไร้น้ำมันรุ่นนี้เหมาะกับใคร: ถ้าคุณซื้อหม้อทอดน้ำมันโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อที่จะทอดอาหาร ทั้งอาหารแช่แข็ง เช่นพวกนักเก็ต เฟรนฟราย หรืออุ่นอาหารทอดที่ซื้อมาแล้วกินไม่หมด เช่นปีกไก่ทอด ไก่ทอดกรอบ ถ้าวัตถุประสงค์คุณคือตามนี้แล้ว เลือกใช้งานหม้อทอดไร้น้ำมัน 2 รุ่นบน จะตรงตามวัตถุประสงค์มากกว่า

สำหรับ Tefal รุ่นนี้ จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องทอดไร้น้ำมันแล้วนำมาทำอาหารให้แบบหลากหลายขึ้น ใช้ทำเมนูผัดผัก โดยที่เราไม่ต้องมายืนผัดด้วยตัวเอง แค่ใส่เครื่องปรุง ใส่ผัก ใส่หมู แล้วเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ เวลาจะทำเมนูทอด ก็เพียงใส่ตะแกรงลงไป ให้น้ำมันหยดลงด้านล่าง ซึ่งก็ถือว่าสะดวกมากเพราะสามารถทำได้หลากหลายเมนูในเครื่องเดียว

#4. Philips Avance Collection Airfryer HD9641

hd9641

สำหรับหม้อทอดไร้น้ำมัน อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือหม้อทอดไร้น้ำมันรุ่นใหญ่ของทาง Philips HD 9641 ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี Philips Turbo Star ที่ช่วยให้อาหารได้รับความร้อนอย่างทั่วถึงด้วยระบบระบายอากาศหมุนเวียนได้อย่างดี สามารถปรุงอาหารทอดได้อย่างทั่วถึงมากกว่ารุ่นเดิมถึง 50% ลดไขมันได้สูงสุดถึง 80% ตะแกรงมีการเคลือบสารกันติด สามารถถอดล้างออกได้ ทำให้การทำความสะอาดในแต่ละครั้งเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น สามารถใช้กับเครื่องล้างจานได้ นอกจากนี้ยังมีแถมสูตรอาหารกว่า 200 สูตรที่ทำโดยหม้อทอดไร้น้ำมัน ไปให้เพลิดเพลินกับเมนูที่หลากหลายกันแบบฟรีๆ

สามารถจุอาหารได้สูงสุดถึง 0.8 กิโลกรัม มีความร้อนส่งไปยังอาหารจากด้านบน รวมทั้งมีลมไหลเวียนทั่วหม้อทอด ทำให้อาหารกรอบและมีสีสันน่ารับประทาน ตัวแป้นหมุนเป็นระบบดิจิตอล สามารถปรับตั้งเวลาและอุณหภูมิได้โดยง่าย

#5. Philips TurboStar Rapid Air Technology HD9621

hd9621

หม้อทอด Philips อีกหนึ่งรุ่น ที่มีการออกแบบให้มีขนาดที่กะทัดรัด สามารถวางไว้ในครัวที่มีพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในคอนโด อพาร์ทเม้นท์ หม้อทอด Philips รุ่นนี้ก็สามารถเข้ากับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ข้อดีของขนาดที่กะทัดรัดของหม้อทอดรุ่นนี้ ก็ทำให้การใช้งานในทุกๆวัน มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้ไม่ขี้เกียจที่จะหยิบหม้อทอดมาใช้งาน ซึ่งจะทำให้การซื้อหม้อทอดของคุณมีความคุ้มค่ามากเป็นอย่างที่สุด

เทคโนโลยี Turbo Star ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทาง Philips ซึ่งจะมีลมร้อนหมุนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง มีการกระจายความร้อนได้ทั่วหม้อทอด จะช่วยทำให้อาหารสุกอย่างทั่วถึงด้วยเวลารวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องพลิกอาหาร แม้จะวางทับซ้อนกันก็สามารถโดนความร้อนได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งตะกร้า Quick Clean ที่เคลือบสารกันติดเอาไว้ ทำให้สามารถถอดล้างและทำความสะอาดได้อย่างรวดเร็ว เดินทาง Philips ได้ชูจุดขายว่า สามารถทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยภายในเวลา 90 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังสะดวกในเวลาทำอาหาร เพราะไม่จำเป็นต้องอุ่นหม้อทอดก่อน ก็สามารถใส่หายเข้าไปและใช้งานได้ทันที


หม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูก

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันสัก 1 เครื่อง แต่ยังไม่อยากลงทุนในราคาที่สูงจนเกินไป อาจจะเริ่มจากหม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูก ซึ่งระบบการทำงานและฟังก์ชันก็ค่อนข้างใกล้เคียงกัน เพียงแต่ อาจจะไม่สะดวกสบายเท่ากับรุ่นที่มีราคาสูง ซึ่งการตัดสินใจก็ควรพิจารณาจากงบประมาณที่มีประกอบด้วย เราจึงได้นำหม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูกที่คนนิยมใช้ มาฝากให้ผู้อ่านพิจารณาเพิ่มเติมกันด้วย


#6. KLASS หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น KW-804

หม้อทอดไร้น้ำมัน-klass

สำหรับหม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูกยี่ห้อ KLASS ตัวนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาเลยทีเดียว ด้วยพื้นที่ความจุถึง 2.5 ลิตร กำลังไฟ 1300 วัตต์ สามารถปรับอุณหภูมิได้สูงสุดตั้งแต่ 80 องศาถึง 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุดถึง 60 นาที ซึ่งถ้ามองจากคุณสมบัติแล้ว เรียกว่าไม่ได้น้อยหน้าฝาหม้อทอดไร้น้ำมันรุ่นราคาแพงเลย

มีระบบกระจายความร้อนรอบทิศทาง ช่วยให้อาหารสุกอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องกลับ มีช่องระบายความร้อนด้านหลัง ช่วยให้เครื่องทำอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดกลิ่นภายในหม้อทอดได้เป็นอย่างดี หม้อท่อน้ำมันตัวนี้ เป็นที่นิยมพอสมควร ส่วนมากจะรีวิวไปในทางที่ดีกันทั้งนั้น ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหม้อทอดไร้น้ำมันที่คุ้มค่ามากๆในราคาเพียงไม่ถึง 2,000 บาท

#7. Lifangcai SB-D18 ขนาด 4.5 ลิตร

หม้อทอดไร้น้ำมัน-shanben

“หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดบิ๊กเบิ้ม ในราคาที่คุณจับต้องได้”

สำหรับหม้อทอดไร้น้ำมันรุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ธรรมดาเลย เพราะสามารถใส่อาหารได้จุถึง 4.5 ลิตร ทำให้สามารถทำอาหารได้หลากหลายในปริมาณที่มาก สามารถทำอาหารได้อย่างหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น เป็ดย่าง เกาลัดคั่ว ข้าวโพดย่าง บาร์บีคิวหมู หมูเส้น ไก่กรอบ ปีกไก่ทอด กุ้งทอด และแม้แต่จะทำเมนูเบเกอรี่ก็สามารถใช้หม้อทอดไร้น้ำมันรุ่นนี้ทำได้เช่นกัน

ด้วยขณะที่ใหญ่ จึงเหมาะที่จะวางตั้งประจำตำแหน่งเป็นที่ๆไป การเคลื่อนย้ายหลังใช้งานเสร็จ จะทำได้ค่อนข้างยาก เพราะตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และไม่มีหูจับ แต่เชื่อว่า ส่วนมากที่ซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันขนาดใหญ่แบบนี้ ก็มักจะวางประจำตำแหน่งกันอยู่แล้ว ไม่ค่อยได้เคลื่อนย้ายกันบ่อยๆ
#8. OTTO หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น CO-725 เทปล่อน

หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดความจุ 2.8 ลิตร มาพร้อมกับกำลังไฟ 1300 วัตต์ ของ Otto ตัวนี้ก็เป็นหม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูกอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ตัวหม้อทอดทำจากพลาสติกเคลือบอย่างดี ทนความร้อนได้สูง ในส่วนตะแกรงมีการเคลือบสารป้องกันการติด ทำให้อาหารไม่ติดภาชนะ ทำความสะอาดได้ง่าย การใช้งานเป็นรูปแบบลูกบิดตั้งเวลาและตั้งอุณหภูมิ โดยสามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาได้ถึง 30 นาที ตัวสินค้ามีการรับประกันให้ 1 ปีจากทางบริษัท Otto

โดยรวมแล้วเป็นหม้อทอดไร้น้ำมันที่มีราคาถูก ฟังก์ชันการใช้งานง่าย ขนาดความจุที่ใส่อาหารถือว่าใหญ่พอสมควร ทำเมนูอาหารได้หลากหลาย ถือว่าน่าใช้งานพอสมควรเลย

 

#9. HOMIE-Airfryer

หม้อทอดไร้น้ำมัน-homie

หม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูกที่อยากแนะนำเป็นตัวสุดท้าย เป็นของยี่ห้อ Homie ซึ่งถ้าเทียบสเปคแล้ว ก็ไม่ได้น้อยหน้ารุ่นที่ราคาสูงเลย กำลังไฟ 1400 วัตต์ ความจุขนาดใหญ่ถึง 3.2 ลิตร สามารถหมุนปรับตั้งอุณหภูมิสูงสุดถึง 200 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาทำอาหารได้ 30 นาที มีเทคโนโลยี Hot Air Flow ที่ช่วยกระจายความร้อนให้ทั่วหม้อทอด เราให้อาหารสุกพร้อมกัน มีสีสันสวยงาม ในส่วนของเรื่องระบบความปลอดภัย ตัวตะกร้าทอด ก็มีที่ล็อคยึดติดกับตัวหม้อ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวตะกร้าที่บรรจุอาหารร่วงหล่น ขณะที่ดึงหม้อออกจากตัวเครื่อง และยังช่วยทำให้การถอดล้างเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้นด้วย ตัวผิวหน้าและตัวตะกร้าทอดก็เคลือบด้วยสารเทฟลอน ซึ่งจะทำให้อาหารไม่ติดหม้อและทำความสะอาดได้ง่าย

การใช้งานก็ง่าย มีลูกบิดให้ตั้งอุณหภูมิและเวลาที่ต้องการ เมื่อปรับเสร็จเรียบร้อยตัวเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งเฝ้า เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้แล้ว เครื่องก็จะร้องเตือน ให้เรานำอาหารออกจากตัวเครื่อง เพียงเท่านี้ก็สามารถทานอาหารทอดไร้น้ำมันได้โดยเอร็ดอร่อยแล้ว


หม้อทอดไร้น้ำมัน ถือว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ถ้ามีติดครัวไว้ ก็จะทำให้การทำอาหารของคุณ สนุกและสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเมนูที่ได้ก็เป็นเมนูที่มีน้ำมันน้อย ซึ่งถ้าถามว่าเหมาะกับใคร คงต้องตอบว่า “หม้อทอดไร้น้ำมันเหมาะกับ คนที่ยังอยากทานของทอด แต่ต้องการดูแลสุขภาพไปในตัว” สำหรับหม้อทอดไร้น้ำมัน 9 รุ่น ที่เราแนะนำมาแนะนำให้แก่ท่านผู้อ่านในวันนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อและในการตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อยี่ห้อไหน หรือรุ่นไหนดี เพื่อให้ทุกคนได้ทานของอร่อย แถมยังไม่ทำร้ายสุขภาพกันด้วย

error: Content is protected !!